บ่าววีร์: มีอีกนะ มีการแบ่งต่ออีกที่เราชอบมาก แบ่งเป็น

  • ontological objectivity เช่น ดิน น้ำ แผ่นเปลือกโลก (มีจริงๆ นอกหัว)
  • ontological subjectivity เช่น ความเจ็บปวด (มีจริงแต่ คุณเท่านั้นที่รู้ในหัวว่าปวดแค่ไหน)
  • epistemological objectivity เช่น claim ที่ผู้คนเห็นด้วยตรงกัน อาร์โนลคือผู้ว่าการรัฐ C.A. หรือ ความเจ็บปวดมี 2 ชนิดใหญ่ๆ   = ความรู้
  • epistemological subjectivity คืือ claim ว่าอาหารจานนี้อร่อย เถียงไปก็ไม่จบ = ความเห็น

แบ่งแบบนี้แล้วจะงงน้อยสุด คือแบ่ง subjectivity เป็นสิ่งที่เถียงแล้วมีประโยชน์ เช่นเรื่องคุณภาพการศึกษา เรื่องคุณภาพชีวิต เรื่องความเจ็บปวดของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เราควรพยายามศึกษาทำให้มันกลายเป็นความรู้  กับ แบ่ง subjectivityอีกแบบออกไป คือ เรื่องที่เป็นเรื่องใครเรื่องมันจริงๆ เถียงไปก็เท่านั้นเช่น ไอศครีมช็อคโกแล๊ตอร่อยกว่ารสสตรอเบอร์รี่ เป็นต้น

[ถ้าเราเชื่อว่า ontological subjectivity กลายเป็น ความรู้ คือ epistemological objectivity ได้ ก็จบไม่ต้องมาเถียงกันมาก] 

ไว้จะมาเขียนเรื่องนี้ละเอียดๆวันหลังนะ

การแบ่งแบบนี้ คิดโดย Prof. Searle ที่ UC Berkley หาอ่านได้ online ถ้ารอไม่ไหวจ้า