สวัสดีค่ะคุณหมอ nui
เห็นด้วยค่ะ กล่าวเฉพาะศาสตรจารย์เมืองไทย ยังมีน้อยไป เริ่มจะมีมากขึ้นก็ด้วยการส่งเสริมของกองทุนสนับสนุนการวิจัยนับแต่เริ่มตั้ง ทำให้มีการตื่นตัวกันมากขึ้น เรื่องการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ก็มีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่การวิจัยเพื่องสร้างเทคโนโลยีขึ้นใช้เอง และการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ทฤษฎีใหม่ ๆยังขาดอยู่มาก และมักจะถูกข่มขู่จากหน่วยงานให้ทุนว่าจะไม่ส่งเสริมเพราะไม่มีประโยชน์ นับว่าเป็นความคิดที่ล้าหลัง ไม่สร้างสรรค์ เรามีมากขึ้นในงานวิจัยประยุกต์โดยเฉพาะงานวิจัยที่เน้นการประยุกต์ ทางการแพทย์ สาธารณสุข อุตสาหกรรมเกตร เป็นต้น ทางสังคมศาสตร์ การนำไปใช้อาจไม่เห็นชัดเท่าทางด้านอื่นนะคะ คนที่ทำงานรับผิดชอบทางด้านการศึกษา การวางแผน หรือการจัดทำนโยบายควรนำไปอ่านและสังเคราะห์ การวิจัยท้องถิ่นก็ถือวาามีการใช้นะคะ เพราะผู้ร่วมวิจัย หรือชาวบ้านเป็นทั้งคนทำวิจัย และใช้ผลเอง รวมทั้งตนเองก็พัฒนาในด้านความคิดและกระบวนการทำงาน เดี๋ยวนี้คนท้องถิ่นหรือคนชนบทไม่เหมือนเมื่อ15 ปีก่อนแล้วค่ะ บางเรื่องเขาคิดหรือพูดได้อย่างน่าทึ่ง เขาไม่ได้ตื้นเขินอีกแล้ว เพราะการเข้าถึงสื่อทุกรูปแบบ การเข้าถึงการศึกษา และการยื่นมือออกไปพัฒนาหรือทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับท้องถิ่น เหลือแต่เพียงรัฐบาลจะกำจัดปัญหาที่เหลืออยู่อย่างไร
เรื่องการรู้จักคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาหรือเด็ก ๆ ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าครูไม่รู้จักการใช้คำถามให้เด็กคิดก็ยากอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเอาเนื้อหาวิชาขึ้นมาจับ ถ้าเป็นการตอบข้อสอบเรื่องเวลาอันจำกัดในการสอบก็ทำให้เราสรุปว่าเด็กของเราแย่
แต่ส่วนตัวสังเกตว่าเด็กสมัยนี้ก็กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้นในชีวิตจริง ถ้าเราคุยเรื่องอื่น ๆไม่เจาะจงเนื้อหาวิชาการ และถ้าเอาเนื้อหาสาระที่เขาตอบหรือแสดงความคิดเห็นมาพิจารณา ก็จะเห็นว่ามีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินอยู่ในนั้นเหมือนกัน