สวัสดีครับ คุณ

 

  •  ผมเห็นด้วยว่าปัญหาระดับประเทศ อาจไม่ได้อยู่ในเรื่อง ความรู้ แต่อยู่ที่ ค่านิยม หรือจะบอกว่า อยู่ที่ ทัศนคติ ก็ได้
  • คือ รักความเสี่ยงเข้าสายเลือด
  • แม้แต่คนที่ใช้ความรู้เพื่อ ป้องกันความเสี่ยง ดู ๆ ไปแล้ว ผมว่า วิธีคิด สุ่มเสี่ยง
  • หรือปากบอกว่า ใช้ความรู้ป้องกันความเสี่ยง แต่เอาเข้าจริง ไม่รู้ให้จริง จะได้ไม่เสี่ยง
  • เช่น ตราสารอนุพันธ์...
  • ทฤษฎีบอกว่า เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
  • แต่นักเก็งกำไรที่เก่งจริง ๆ อย่างซอรอส เขามองว่า เป็นเครื่องมือถ่ายเทความเสี่ยง จากคนที่เก่งกว่า ไปให้คนที่ไม่เก่ง
  • แต่ถ้าสมมติว่าผมเป็นนักลงทุนสถาบันที่หัวอนุรักษ์ ผมก็เห็นด้วยว่า ตราสารพวกนี้ ใช้ป้องกันความเสี่ยงได้จริง เช่น ขาย short เมื่อกังวลว่าตลาดร้อนแรงและหุ้นยังเต็มมือ กลายเป็นเครื่องมือสำหรับถอนตัวออกจากตลาดอย่างเงียบ ๆ ของสถาบันไป
  • จึงขึ้นกับว่า ผมใช้มันอย่างไร ไม่ใช่ ในฐานะว่า ผมใช้อะไร
  • เห็นโฆษณาให้คนเล่น future ของ set50 ไหมครับ ?
  • ผมเห็นแล้วหนาวเยือก
  • ไม่เซียนจริง อย่าแหยม (หากจะเล่นเก็งกำไรรายวัน)
  • กำไรหรือขาดทุน 100 % ในวันเดียว อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าตลาดถล่มแรง ๆ อย่างเช่น 19 ธค 2549 ที่ผ่านมา ที่ตลาดลงไปวันเดียวร้อยกว่าจุด (และถูกบังคับจ่ายทันทีด้วย)
  • ถึงตายได้ครับ
  • ลองนึกถึง...แมงเม่ามาตรฐาน เริ่มต้นเข้าตลาดหุ้น ก็ดิ่งไปหา future ดูนะครับ..
  • นึกแล้ว คงคล้าย ๆ กับในหนัง Alien ปะทะ predator ยังไง ยังงั้นเลย
  • ความรู้ กับ ทัศนคติ เป็นคนละเรื่องกันครับ
  • อย่างเช่น เรื่องเก็บออม
  • ขึ้นกับว่า ใช้ความรู้ หรือใช้ทัศนคติ
  • ใช้อย่างแรก ก็มักจะบอกว่า รอไปก่อนนะ ขอให้พร้อมกว่านี้ รอไปเรื่อย ๆ รอ รอ รอ ...
  • ใช้อย่างหลัง  รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว
  • Knowledge ยังพอจัด management ได้
  • แต่ Attitude นี่ ทำ management ยากกว่าเยอะครับ