ตอนนี้ทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน กำลังคุยกันอยู่ครับว่าจะเริ่มลงเยี่ยมชมรม หลังจากเปิดชมรมไป ในเดือนที่ 2 ว่ามีแนวคิดไหนบ้าง เพราะตอนที่คิดจะจัดตั้งชมรมก็หวั่นใจเหมือนกันครับว่าจะใหญ่ และวุ่นวายไปหรือไม่ ที่คิดตั้งทีละ 16 ชมรม แล้วจะมีเวลาที่ไหนไปตามดู ไปสอน ....เนี่ย....
แต่ก็คุยกันในทีม ที่เชิญเจ้าหน้าที่จากสถานีอนามัยมาร่วมเป็นพี่เลี้ยงด้วยครับ โดยใช้แนวคิดของการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยเป็นหลัก เลยไม่ได้กำหนดกิจกรรมตายตัว ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ ส่งงานอะไร(แต่ให้แนวทางการทำกิจกรรม และการบันทึกไว้ครับ) รวมทั้งไม่ได้ใส่ความรู้หรือกิจกรรมวิชาการในช่วงแรกมากนัก(กลัวเครียด..ทั้งทีมผู้จัด... ทั้งผู้ป่วย..) แต่ใช้แนวความคิดที่ว่า ความรู้ที่มีอยู่ในตัวเองของผู้ป่วยเบาหวานแต่ละคน ที่เราเรียกว่า tacit knowledge มีอะไรกันบ้างผ่านเรื่องเล่า "การดูแลตนเองเมื่อเป็นเบาหวาน" เหลือแต่การดึงความรู้(ถอดความรู้)เหล่านี้ออกมา ไม่รู้จะได้ Knowledg Assets อะไรมั่งหรือเปล่า เพราะวันนั้นวุ่นวายเหมือนกันครับ ซึ่งตรงนี้คงเป็นส่วนสำคัญที่ทีมเราพยายามทำ และเรียนรู้ไปด้วยในวันนั้น ซึ่งผลเป็นอย่างไรจะเล่าอีกทีครับ(เมื่อไปเรียนทำ blog กับ อ.วัลลา เรียบร้อย) เพราะยังไม่ลึกซึ้งกันมาก ทั้งการเป็นคุณอำนวย คุณลิขิต และคาดว่าเมือครบปี แต่ละชมรมคงมี best practice มาเล่าได้อีกครั้งครับ ตอนนั้นเครื่องมือเช่น ธารปัญญา ที่เคยไปเห็นมาดู... อาจใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ส่วนกิจกรรมที่ชมรมต้องทำสม่ำเสมอแน่ๆ ทุกเดือน(ใช้เป็นตัวล่อ..) คือ การเจาะน้ำตาลในเลือดที่ปลายนิ้วด้วยตนเอง แล้วบันทึกผลมาให้หมอดู เมื่อมาตรวจตามนัดที่โรงพยาบาลของผู้ป่วยแต่ละคนครับ (.....แอบคิดเอาไว้ครับว่า ตอนที่ผู้ป่วยในชมรมมารวมกันเพื่อเจาะเลือดในแต่ละเดือน เค้าน่าจะทำอะไรกันมั่ง อย่างน้อยก็จับกลุ่มคุยถึงผลนำตาลที่ได้ล่ะ......ว่าทำไมแต่ละคนถึงต่างกัน เพราะอะไร......)