สวัสดีครับพี่เม้ง

ขอบพระคุณมากครับที่เป็นห่วง ต้นสบายดีครับ

ความเชื่อเป็นสิทธิ เสรีภาพ และอิสรภาพส่วนบุคคลครับ ตราบเท่าที่ความเชื่อ การกระทำเหล่านั้น ไม่มีผลต่อสังคมส่วนใหญ่ 

ต้นเห็นด้วยกับที่พี่พูดครับว่า เราต้องใช้ชีวิตก่อนตายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อโลกมากที่สุด เพียงแต่ว่ามนุษย์ส่วนมากนั้นเป็นสัตว์ที่มีความอยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา ทำให้การหาคำตอบเรื่องชีวิตหลังความตาย โชคลาง ดวง อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์ นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย (โทมัส เอดิสัน ยังคิดที่จะสร้างเครื่องติดต่อระหว่างคนเป็นกับคนตายเลยครับพี่) ทำให้เราอยากรู้ตลอดเวลา

ต้นไม่เคยไปดูคนเข้าทรงครับ อันนี้ต้นเลยไม่มีข้อมูลพอที่จะตอบได้ว่าเป็นยังไงครับ

ถ้าถามต้น สำหรับต้นแล้ว ต้นเชื่อทุกอย่าง พอๆกับที่ไม่เชื่ออะไรซักอย่างครับ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเราพิสูจน์ไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าจะเชื่อยังไง แต่ที่ไม่ได้ไม่เชื่อ ก็เพราะว่าเราก็พิสูจน์ไม่ได้อีกเหมือนกันว่า มันไม่มีแน่นอน

อีกอย่างครับ ต้นว่าคนเรายิ่งเรียนสูง ยิ่งสมควรเปิดใจให้กว้างครับ การเรียนที่สูงขึ้น ทำให้เราไม่เชื่ออะไรได้ง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าทำให้เราไม่เชื่ออะไรเลย มันแค่หมายความว่า เราสมควรพิจารณาถึงอะไรกว้างๆรอบๆด้าน ก่อนที่จะพูดและวิจารณ์อะไรลงไปครับ

นั่นก็คงเป็นเหตุผลหลักที่ต้นไม่ต่อต้าน และไม่สนับสนุนต่อความเชื่อเหนือธรรมชาติของสังคมครับ ตราบเท่าที่ความคิดนั้นไม่ได้ส่งผลเลวร้ายต่อสังคมโดยรวม

พี่เม้งรักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ต้น