การบรรยาย
หัวข้อ กรณีศึกษาด้านการวิจัยและพัฒนา และการพัฒนางานของคณะแพทย์ มอ.

โดยศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

อาจารย์ชเนฎฐวัลลภ ขุมทอง

นท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์

ดำเนินการอภิปรายโดยอาจารย์ทำนอง ดาศรี

วันที่ 17 กรกฎาคม 2557

นท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์

ประโยชน์ของ R&D

บริษัทกิฟฟารีนตั้งโดยคุณหมอ 3 คน

หลักการ

1. ให้ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

2. ดำเนินด้วยความถูกต้องดีงาม

3. สร้างสิ่งที่ดีสู่สังคมไทย

โรงงานเกิดมาเมื่อ 14 ธันวาคม 2549 ค่อยสร้างโรงงานจนเสร็จสมบูรณ์

สร้างโรงงานให้คนไทย เสียภาษีเต็มที่ พัฒนาให้ที่สุด

ปี 2554 โรงงานเกิดวิกฤตเนื่องจากน้ำท่วม จึงเป็นโรงงานเดียวที่เตรียมป้องกันน้ำท่วม ขนของก่อนน้ำมา 7 วัน มีเรือ มีปั้มน้ำอยู่น้ำเข้า รั้วแตก

พัฒนาเครื่องจักร มีเทคโนโลยีมากมาย มีพนักงาน 1000 คน เลี้ยงอาหารกลางวันเย็นฟรี ส่งปริญญาตรีได้เท่าที่ใครต้องการเรียนเข้าโรงพยาบาลประกันสังคมถ้าหนักส่งวิชัยยุทธ์

มีห้องวิจัยทดลอง มีห้องปฏิบัติงานกลางมีสาหร่ายสไปรูริน่า ได้รับ ISO/IEC 17025

MOU ร่วมกับคณะเภสัช 7 สถาบัน

มีนักศึกษาฝึกงานตลอดเวลาประมาณ 330 คนจาก 30 สถาบัน

การทำการร่วมมือวิจัย

วิจัยสมุนไพร เป็นการวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาโทเพื่อฝึกการวิจัย

มีตัวที่น่าสนใจหลายตัว เช่น ขมิ้นชัน ไบโอมา ฟ้าทะลายโจร ใบบัวบก ชาเขียว กระเทียม ขมิ้นชัน ว่านชักมดลูก เห็ดหลินจือ ชาเขียว กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง มะรุม เจียมกู่หลาน เถาวัลย์เปรียง

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การวิจัยสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อย่างไร

มอ. มีแนวทางเช่าที่ที่การรถไฟ มี Bangkok Campus ให้คณะแพทย์มีบทบาทเอาการวิจัยไปแสดงในหน่วยงานนี้อยากให้มูลค่าเพิ่มจากResearch ที่มีอยู่

การมี Sense ของ Entrepreneurship คือการมี สปิริตสิ่งที่เกิดขึ้นใน เมื่อจบหลักสูตรแล้วมีแนวคิดทำวิจัยต่อ และไม่ต้องให้ขึ้นหิ้งจะทำอย่างไร อาจร่วมมือกับคณะวิศวะหรือวิทยาศาสตร์ด้วย

การทำวิจัย ในอนาคตสำคัญ ไม่มีเวลาสร้างมูลค่าเพิ่มจากการวิจัยเหล่านั้น

การที่เรายังทำไม่ได้จะทำอย่างไร เมื่อมี idea ใหม่ ๆ เกิดขึ้นให้ Turn idea into action และ Turn action into success และ Action ไม่ใช่แค่ส่งตีพิมพ์

University of Washington

ได้งานวิจัย 45% ของ Income ทั้งหมด อยากให้ดูกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานวิจัยทั้งหมดภายใน 10 ปี คณะแพทยศาสตร์ควรมีเท่าไหร่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า มอ.จะไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

ได้อันดับ 1 หรือ 2 ในเงินที่ได้จาก Federal ควรมอง Stakeholder ให้กว้างไว้

ดีเพราะอะไร

1. มีวัฒนธรรมในการวิจัย ทุกคนมุ่งมั่นเพื่อตัวเอง ว่าเมื่อมีการวิจัยก็อยากตีพิมพ์แต่ถ้าผสมระหว่างสิ่งตีพิมพ์ไป Research ที่มีคุณค่าจะเริ่มที่ไหน

2. มหาวิทยาลัยคือระดับอธิการบดีกับคณะทำงานร่วมกัน มีคณะวิทยาศาสตร์และแพทยศาสตร์ทำงานร่วมกัน ต้องให้ Incentive

ที่มหาวิทยาลัย Nottingham มี Private Sector ทำร่วมกัน เป็น Inward looking culture ยังไม่เป็น Outward looking culture เขาเริ่มต้นดีคือ Basic Science แล้วค่อยไปเรียน Apply Science แต่ของไทยส่วนใหญ่เป็น Apply Science แล้วไป Basic Science

Strategies

1. Shared Responsibility อย่าคิดคนเดียว

2. Ethical Standard

3. Enhance Researcher’s ability to obtain and manage grants

4. Transparency in Research Management

5. Create Value added from research

6. Maximizing public benefits

7. Creativity and Innovation

Guiding Principles

  • 1.Respect
  • 2.Creativity and Innovation
  • 3.Integrity
  • 4.Communication Diversity
  • 5.Quality
  • 6.Support

University of Cambridge

- ตั้งธงร่วมกัน

- ขอให้ Benefit Research ไม่ได้อยู่แค่ในหิ้ง

- ต้องเป็น ศ.ที่มี Impact ต่อสังคม

- บริษัทข้ามชาติลงทุนวิจัยมากมาย

- อยากเห็นการทำงานในอนาคต

Workshop

วิเคราะห์บทบาทของคณะแพทย์ และความสัมพันธ์กับภาคธุรกิจและภาคอื่น ๆ ในเรื่องการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแบบ 3 V

1. Where are we?

2. Where do we want to go?

3. How to do it?

4. How to do it successfully?

อาจารย์ชเนฎฐวัลลภ ขุมทอง

มี 4 ประเด็นที่อยากให้ข้อคิด

ภาษาในอดีต อังกฤษยังไม่ค่อยใช้ Research แต่ใช้ว่าสืบสวนสอบสวน คือหาข้อเท็จจริง คือสืบเพื่ออะไร สอบเพื่ออะไร เพื่อให้แน่ชัดว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อการรับใช้ผู้บริโภค เราต้องการสืบแล้วใช้เป็นประโยชน์จริง

วิจัยเป็นเสมือนดวงตาของหน่วยงาน เรายังไม่เคยสอบชาวบ้านว่าทำเพื่ออะไร

จุดสำคัญคือ ต้องอนุญาตให้ตั้งคำถามดังนั้นคนที่ทำวิจัยได้ต้องเป็นคนที่กระหายอยากรู้ข้อเท็จจริง เพราะเป็นดวงตา หรือยุทธศาสตร์ให้กับเรา

ต้องเปิดโอกาสให้มีบรรยากาศของการตั้งคำถาม ที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อบางครั้งที่ทำให้เราเกิดความไม่สบายใจ เช่น ใบบัวบกแก้อะไร ต้องอนุญาตให้เขาตั้งคำถามได้ มีคำถามหลายแบบคือคำถามเปิดและคำถามปิด

วิจัยเชิงวิชาการ หรือวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีการทำวิจัยเชิงการประกอบการที่จะนำไปใช้ เป็นวิจัยเพื่อหาความรู้คือ Basic Research ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นตั้งคำถามเปิด ไม่มีคำถามปิด สมุนไพรไทยดีขนาดไหนจริงหรือไม่

วิจัยเชิงวิชาการไม่ตอบสนองทางด้านการเงิน ต้องตั้งให้คนเหล่านั้นได้รับการชดเชยสงสัยสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นหมอบางท่านไม่สอน วิจัยอย่างเดียว เราต้องอนุญาตให้คนเหล่านี้ มอง

ถ้าไม่บริการสังคม ทำวิจัยอย่างเดียวแล้วจะมองว่าเป็นอาจารย์แพทย์ทำไม แต่แพทยศาสตร์รามาเกิดขึ้นโดยตั้งคณะวิทยาศาสตร์ก่อน ดังนั้นที่รามา จึงมีคณะวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นก่อน และอย่างศิริราชจึงมีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์

ต้องทำให้เขารู้จักการ Compensate หรือได้รับการชดเชย

ชอบการตั้งคำถาม ตั้งเลย เป็นลักษณะการทำแบบ Academic Research

การให้ค่าตอบแทนซึ่งเป็นแรงจูงใจในการตอบคำถาม นี่คือสาเหตุว่าทำไมถึง Top up ให้สำหรับหมอบางคนที่ต้องการตอบคำถามแบบ Academic Research ต้องช่วยหน่วยงานให้เห็น

ธุรกิจไทยในอดีตประกอบการโดยคนไม่ได้รับการฝึกด้านการศึกษามาเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีใจในการพัฒนาเนื่องจากไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีดวงตา อย่างวิจัยของธนาคารไทยไม่ได้เปิดตาเลย กลไกเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเอื้ออำนวยต่อการตั้งคำถาม

เราต้องดูกลไกการตั้งคำถามให้กับสังคม ต้องมองภาพเครื่องมือทั้งหมด

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ยกตัวอย่างงานวิจัยของ มอ. เช่น Disaster ต่าง ๆ อาจมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ทำอยู่ นำว่าเป็น Demand ที่น่าสนใจ ดังนั้นคณะแพทยศาสตร์ควรเข้าไปดูแก่นที่แท้จริงของคณะแพทยศาสตร์ด้วยว่าทำอะไร

เงินที่มาจากราชการ การแพทย์ได้ทั้ง 2 อย่าง แต่คนในยุคต่อไปInvest เรื่อง Well being ป้องกันให้มีความสุข

คนไทยศักยภาพมากแต่ไม่มีแรงบันดาลใจและถ้ามี Office ใหม่ แล้วให้คนมีส่วนร่วม ต้องเอางานวิจัยไม่ Showoff มี Private Sector มาดูงานของเรา ต้องมีผู้นำวิจัยสนับสนุน

นท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์

การวิจัยเป็นความรู้ใหม่ เป็นของที่มีค่าที่สุดในโลก ที่ได้เงินมาก ส่วนมากเป็นของบริษัทยา เสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

การวิจัยเพียง 2 แบบ คือการวิจัยเพื่อให้ได้ตีพิมพ์ เป็นเรื่องจำเป็น ต้องสร้างตัวเราให้แข็งแกร่งก่อน ใครที่เป็น ศ. ต้องช่วยให้คนอื่นเป็น ศ.เหมือนกัน และสร้างให้คณะทำงานวิจัยแล้วเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต้องดูว่าปัญหามีอะไรและเราจะเด่นอะไร เช่น สงขลามีอะไร ที่อื่นไม่มี เราจะเป็นเจ้าพ่อ เช่น เท้าช้าง ภาคใต้มีระเบิด ดังนั้นอาจเป็นเจ้าพ่อด้านระเบิดเป็นต้น

สมุนไพรไทยเป็นเจ้าพ่อ สามารถหยิบสมุนไพรมาดู ให้เอาแผนไทยมาดูว่า

เมื่อไร คณะได้เปอร์เซ็นต์ เราก็ทำทั้งคณะ ทำให้ได้ตำแหน่ง ศ.ได้อะไร สำคัญกว่า รศ. สามารถแก้ปัญหาประเทศ สร้างเครือข่ายวัฒนธรรม สร้างธรรมเนียมพี่ช่วยน้อง น้องช่วยพี่จะเจริญมาก

ร่วมแสดงความคิดเห็น

1. มูลค่าไม่ใช่แค่เงินแต่เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่นชื่อเสียงเป็นต้น

2.เรื่อสมุนไพรหลังจากโดนขโมยจดลิขสิทธิ์ เราสามารถนำสมุนไพรมาทำยาได้หรือไม่

ตอบ เราเป็นประเทศด้อยพัฒนา ต้องยอมไปเรื่อย ๆ ก่อน ขึ้นอยู่กับจะทำแบบไหน

1. ทำแบบไม่มีศักดิ์ศรี

2.ทำงานวิจัยเช่นค้นพบ

ปล่อยให้เขาจดสิทธิบัตรไป แต่สิ่งที่เราสามารถค้นพบได้คือสมุนไพรสามารถช่วยรักษาอะไร คนก็จะปลูกและฝรั่งก็จะเข้ามาอีกที ถ้ามาอีกก็หาตัวใหม่อีก แล้วไทยจะกลายเป็นคนมีศักดิ์ศรี เนื่องจากไทยไม่สามารถนำไปสกัดต่อยอดโมเลกุลได้แต่เราสามารถกั๊กได้เช่นกัน

ให้ค้นพบว่าคุณมีอะไรดี ๆ มีความรู้ดี ๆ แล้วเขาจะวิ่งเข้ามาหาเอง แล้วจะกลายเป็นผู้นำที่มีศักดิ์ศรี ไม่มีใครสามารถคู่ได้

3. ทราบถึงข้อดีของการจดสิทธิบัตรแต่ Support ทีมของอนุสิทธิบัตรไม่ดีมหาวิทยาลัยยังขาดคนที่มีความรู้ในด้านนี้ถ้าตรงนี้ดีขึ้นอาจารย์ไทยอาจจดสิทธิบัตรมากขึ้น และขายกระบวนการได้ด้วย

แต่ข้อเสียของการจดสิทธิบัตรคือการเอาความลับไปเผยแพร่ สามารถปรับนิดหน่อยแล้วจดใหม่ได้แล้ว แต่ถ้าไม่จดจะไม่รู้ความลับของคุณ

ลิขสิทธิ์ สามารถทำให้รวยแต่บาปกรรม เมื่อได้ชื่อเสียง เกียรติยศ แล้วสิ่งดีงามจะตามมาเอง

Workshop

วิเคราะห์บทบาทของคณะแพทย์ และความสัมพันธ์กับภาคธุรกิจและภาคอื่น ๆ ในเรื่องการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแบบ 3 V

1. Where are we?

2. Where do we want to go?

3. How to do it?

4. How to do it successfully?

กลุ่มที่ 5

1. Where are we?

- ความร่วมมือกับคณะอื่น ๆ และองค์กรภายนอกในการจัดทำวิงานวิจัย เช่น มีดผ่าตัดนิ้วล็อค (นพ.สิทธิโชค)

- มีการคิดโปรเจคจำนวนมาก แต่คิดแล้วจอดทิ้งไว้

- การรักษาโดยใช้แพทย์แผนไทยยังไม่มีการร่วมมือจากแพทย์แผนปัจจุบัน

2. Where do we want to go?

- อยากให้ผลงานวิจัยและพัฒนาโดยแบรนด์ของ มอ.

- ไม่ได้มีการต่อยอดต่อน่าจะมีหน่วยงานกลางที่ช่วยประสานงานให้ความช่วยเหลือในการต่อยอดงานวิจัย

3. How to do it?

- มีการจัดการเชิงรุกและเปิดกว้างให้องค์กรอื่นเข้ามาทดลองใช้ทรัพยากรการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทยร่วมกัน

- โปรโมทการจัดทำงานวิจัยที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการทำงานวิจัยเพิ่มขึ้น

- เผยแพร่งานวิจัยและต่อยอด

4. How to do it successfully?

- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เช่น ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ คณะวิทยาการจัดการ คณะวิศวกรรมศาสตร์

กลุ่มที่ 1

1. Where are we?

- เป็นโรงพยาบาลในระดับตติยภูมิใน 14 จังหวัดภาคใต้

- มีผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาวิชา

- เป็นแหล่งผลิตบุคลาการด้านการแพทย์ให้กับ รพ.เครือข่าย

- สถานที่รับส่งต่อผู้ป่วย

- เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในสามเหลี่ยมเศรษฐกิจภาคใต้

2. Where do we want to go?

- ต้องการเป็นเลิศในระดับนานาชาติ

3. How to do it?

- เพิ่มศักยภาพ พัฒนาบุคลากร

4. How to do it successfully?

กลุ่มที่ 3

1. Where are we?

- เป็นการทำวิจัยในแต่ละวิชาชีพ ใช้ต่อยอดน้อยอยู่

- มีการสัมพันธ์กับภาคธุรกิจบ้าง เช่น หมอนยางพารา , A-Knife ฯลฯ

- การทำวิจัยที่ร่วมกับชุมชนส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยทางระบาดวิทยา

2. Where do we want to go?

- สร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ

- ได้รับการอ้างอิง

- ใช้ประโยชน์ได้

3. How to do it?

4. How to do it successfully?

- หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการวิจัยต้องดำเนินการเชิงรุก

- พัฒนาสิ่งแวดล้อมและระบบการจัดการที่เอื้อต่อการทำงานวิจัย เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ เร่งรัดนักวิจัย มี time frame ชัดเจน มีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการทำงาน

กลุ่มที่ 4

1. Where are we?

- อยู่ในภาคใต้ ด้านขวาน ทะเลรอบ 2 ด้าน มีทะเลอ่าวไทย ทะเลอันดามัน มีก๊าซธรรมชาติ มีความรุนแรงในพื้นที่ มีสัมพันธ์กับโรงพยาบาล สถานีตำรวจ

- มีพหุวัฒนธรรม การสื่อสาร ภาษาไม่เหมือนกัน

- มีการทำยางพารา ปาล์ม ประมง

2. Where do we want to go?

- สังคมสันติสุข แบบยั่งยืน

- สิ่งแวดล้อมและสุขภาวะยั่งยืน

- สังคมเข้มแข็ง

3. How to do it?

- ทำวิจัยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น การแพทย์ การโดนระเบิด การโดนจริง การรักษา อุตสาหกรรม

- สนับสนุนวิจัยเฉพาะเรื่อง

4. How to do it successfully?

- เตรียมคน คณะแพทย์ส่งคนไปเรียนต่ออาชีวะอนามัย คนที่เชื่อมต่อมีหรือยัง

- ทำให้เป็นยุทธศาสตร์ ทำให้มอ. มีชื่อเสียงดังกล่าว

- ทำเลย และติดตาม ใช้ Model ตอนเช้า

กลุ่มที่ 2

1. Where are we?

- เรื่องยา ยังไม่ค่อยเด่นเต็มที่ ยังไม่มียาของเราเองและเรื่องนวัตกรรม เช่น นิ้วล็อก อุปกรณ์ผ่าตัดนิ้วล็อก มีบริษัทนานาชาติซื้อลิขสิทธิ์ไป ค่อนข้างเด่น

- คณะแพทย์มีอะไร ซึ่งความจริงผู้บริหารอาจวางไว้หมดแล้ว

- คณะมีทุนให้มีการจัดเวทีจากภาควิชาต่าง ๆ คุยกัน

- นอกคณะมีเวที ระบบสนับสนุนเพียบ ทุนมหาศาล

- ถ้าจะยืนตรงนี้ต้องรับคำวิจารณ์ได้และนำไปพัฒนาปรับปรุง

- มีทุกอย่างการสนับสนุนเยอะ แต่คนยังไม่รู้

- เวทีที่จัดการนัดมาคุยกันให้พร้อมยาก

2. Where do we want to go?

- อยากไปสู่ระดับนานาชาติ มีเครือข่าย

3. How to do it?

- เครือข่ายที่ร่วมมือ พอถึงเวลาจริง ๆ จะมีการแบ่งชิ้นงานกัน คณะอื่นจะตัดออกไปเรื่อย ๆ แล้วจะทำให้ไม่มีคนคบ ดังนั้นจึงต้องให้เขียนให้ชัด มีการจัดสรรที่เป็นธรรม

4. How to do it successfully?

- สนับสนุนอย่างแท้จริง

- มีระบบการให้รางวัล และสนับสนุน

นท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์

- สิ่งที่ทำต้องมีศูนย์วิจัยฯ มีเครือข่ายประสาน ศูนย์ต้องทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการวิจัย มีการจัดการประกวด

- ศูนย์ต้องมีการสร้างเครือข่าย มีอาสาสมัครที่ดี พูดเก่ง เป็นนักประสาน 10 ทิศ อาจทำได้โดยการสร้างเครือข่าย มีการจัดอบรมปอเต็กตึ๊ง นักข่าว มีเครือข่าย ให้ส่งคนมา ศูนย์ประสานเป็นคนทำ ได้เพื่อน

- ศูนย์ประสานต้องช่วยให้คนทำวิจัยเป็น และตีพิมพ์ได้ด้วย

อาจารย์ชเนฎฐวัลลภ ขุมทอง

- ภาพของการตั้งคำถามเป็นลักษณะเฉพาะ เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของสาขาวิชาเทคนิคคำถามส่วนใหญ่เป็นคำถามเฉพาะ อาจมีวิธีการตั้งคำถามอีกแบบหนึ่งคือมองภาพกว้างว่ายุทธศาสตร์ของ มอ.ในการเปิดตัวประชาคมอาเซียนจะมุ่งไปทิศทางใดสิ่งที่แพทย์มอ.ทำได้คือLocal อย่างอุบัติเหตุก่อการร้าย โรคที่เกี่ยวกับสุขภาวะอนามัย ส่วนอีกด้านหนึ่งคือ Global and regional มีหลายพื้นที่ในโลกที่คล้ายกับนักเรียนแพทย์ มอ. ที่ชัดสุดคือภูมิภาค ดังนั้นบทบาทด้านก่อการร้าย อาชีวอนามัยเฉพาะด้าน จะช่วยภูมิภาคได้อย่างไรตัวอย่างโรงเรียนแพทย์ฟิลิปปินส์ ไม่มีโรงพยาบาลของตนเอง เขาต้องไปหาโรงพยาบาล ดังนั้นความชำนาญพิเศษด้านเวชปฏิบัติเสีย

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

- การตั้งโจทย์สูงคือเอามหาวิทยาลัยชั้นนำเป็นตัวอย่าง แต่ไม่ได้หมายถึงเป็น Creativity มองว่า Research เป็นอย่างไร

- ดร.จีระ มีตัวอย่างที่เป็น Value Added เช่น นิ้วล็อก มดลูก เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วแต่ทำให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น

- การต่อยอดให้สูงขึ้นมีพื้นฐานอยู่แล้วแต่เพิ่มนิดหน่อย อาจมีการปะทะกันทางปัญญาValue Diversity เน้นระหว่าง Local / Global แพทย์แผนโบราณกับแพทย์แผนใหม่ ขาดเรื่องการเชื่อมโยง น่าจะนำไปต่อยอดในเรื่อง Value Diversity

- เรื่องต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นระบาดวิทยาหรือ สูติ อยากทำให้สูงขึ้นให้ดูว่า Core Capability อยู่ที่ไหนก่อน ให้เน้นส่วนที่ Strong คิด Outside the box หรือ box ใหม่

- How to overcome difficulty คือความร่วมมือ หรือการร่วมใจร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน บางครั้งชอบขโมยความคิดกันคนที่เป็น Advisor น่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน

- Respect , Mutual Respect การทำงานเป็นทีม เป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ Value ที่เป็น Result ของการวิจัย เปลี่ยนคนที่ขัดแย้งให้เป็น Harmony จะมีมูลค่าสูงขึ้น

อาจารย์ทำนอง ดาศรี

Copy เริ่มต้นอย่างไร ปรับใช้อย่างไร ต้อง Understanding และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย

อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย

เชื่อว่าในห้องนี้คนรู้เรื่องแพทย์แผนปัจจุบันมากกว่าแพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบันเป็นแบบ Preventive ไม่ใช่ Curative แต่แพทย์แผนไทยเป็นลักษณะ Curative คนที่ทำสมุนไพรต้องรู้ว่าในสมุนไพรนั้นมียาอย่างไรของไทยผลกระทบข้างเคียงน้อยมาก

แพทย์แผนไทยมีผดุงครรภ์ นวด เภสัช เวชกรรมมีเทคโนโลยีนี้นานพอสมควร เป็นของท้องถิ่น

Traditional Medicine รูปแบบการรักษาต่างจากแพทย์แผนปัจจุบันโดยสิ้นเชิง การนำมาเชื่อมกันได้ ต้องยอมรับหมอยาไทยที่มีอยู่เยอะ และวิธีการคิดของคนแถบนี้คิดแบบคุณภาพคือ Qualitative ใช้ลักษณะความรู้สึกกับมัน ไม่สามารถผลิตงานที่มีคุณภาพแตกต่างจากผลิตได้

เราจะเป็น Second Hand OEM ตลอดไปหรือไม่

แพทย์แผนไทยคือกินให้เป็นแล้วไม่ตาย

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

ชอบกลุ่ม 2 ที่บอกว่างานวิจัยเยอะแต่ถูกจอดไว้ แต่ต้องการไปต่อน่าจะมีกลุ่มหนึ่งที่ต่อยอดการแพทย์แผนไทย

เก็บไว้สำหรับทำ Workshop