นักวิชาการมีเกณฑ์คล้ายๆไม้บรรทัด หรือพิมพ์เขียวอยู่ในใจว่า "สิ่งที่ควรจะเป็น" เป็นอย่างไร  แล้วเอาไม้บรรทัด หรือ พิมพ์เขียวนี้ ไปเทียบดูกับ "สิ่งที่เป็นจริง" แล้วบอกว่า "มันออกนอกลู่นอกแบบ" ไปแค่ไหน และควรปรับแก้อย่างไร

ปัญหาอยู่ที่ (1) ความเข้าท่าของไม้บรรทัด หรือ พิมพ์เขียว "สิ่งที่ควรเป็น"    กับ (2) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ "สิ่งที่เป็นจริง"  (3) จริยธรรมที่จะยึดกับหลักการคือ พิมพ์เขียวของตัวเอง  ไม่บิดไปตาม "ผู้ให้ทุน" แบบไร้เหตุผล

นักปฏิบัติ  มีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติอย่างไร ?  อ.ภีม พูดถึง ประสบการณ์  ความจริงจัง  เหตุผล (ตามภาระหน้าที่)  คิดว่า ที่ อ.ภีมพูดถึงเป็นปัจจัยภายใน

ตัวเองคิดว่ายังมี ปัจจัยภายนอกที่เป็นกรอบการปฏิบัติ คือ (1) "กฎระเบียบ" ที่นักปฏิบัติ (โดยเฉพาะข้าราชการ) ใช้อ้างอิงอยู่ในการทำงาน  และ (2) "โครงสร้างอำนาจ" ที่เป็นผู้ให้คุณให้โทษแก่ผู้ปฏิบัติ

ปัจจัยภายนอกที่เป็นกรอบการปฏิบัติทั้งสองประการนั้น  มีผลต่อ ความจริงจัง และ การใช้เหตุผลของผู้ปฎิบัติอย่างมาก

ประชาธิปไตยที่แท้จริงคงมีผลต่อการปรับโครงสร้างอำนาจ

แต่นักวิชาการและนักปฏิบัติ ต้องเชื่อมกัน  

นักวิชาการต้องเรียนรู้จากนักปฏิบัติเพื่อให้รู้ถึง "สิ่งที่เป็นจริง"  และนำความรู้จากข้อปฏิบัติจริงนั้น มาปรับ "สิ่งที่ควรเป็น" ให้เหมาะสมกับบริบท  

นักปฏิบัติต้องเรียนรู้จากนักวิชาการในเรื่อง "สิ่งที่ควรเป็น" บ้าง  เพื่อให้มีหลักคิดในการทำงาน เพื่อพัฒนางานและเพื่อไม่ให้หลักคิดในการทำงานถูกบิดเบือนไปง่ายๆโดยการสั่งการตาม "โครงสร้างอำนาจ"

นักวิชาการทำงานง่ายกว่านักปฏิบัติมาก  เหตุผลหนึ่งเพราะอิทธิพลของ "ปัจจัยภายนอก" มีไม่มากนัก