สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในวันที่ 29 เมษายน 2557
หัวข้อ "ประสบการณ์ของผู้นำ กฟผ. กับการบริหารวิกฤติและความเสี่ยง"
- ทราบแนวคดและประสบการณ์ของผู้นำ กฟผ. ในอดีตเกี่ยวกับการบริหารวิกฤติและความเสี่ยงที่เกิดขึ้่นในองค์กร
- ทราบความแตกต่างระหว่าง "วิกฤติ" กับ "ความเสี่ยง"
- วิกฤติเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เกิดแล้วเกิดอีกและเกิดในหลายๆ มิติ เช่น วิกฤติด้านการเมือง วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมต่างประเทศ เป็นต้น
- ทราบความสำคัญของการแก้ไขปัญหาวิกฤติว่ามีความสำคัญมาก หากเกิดขึ้นกับองค์กรขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงซึ่งเป็นส่งที่มีมูลค่าสูงมาก ดังนั้น เมื่อเกิดภาวะวิกฤติ หน่วยงานหรือองค์กรจะต้องรีบหาสาเหตุและวางกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็ว ฉับพลันและควบคุมไม่ให้สถานการณ์ขยายวงกว้างออกไป โดยมีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา พูดให้คลายกังวล รวมทั้งหาแนวร่วม และเร่งดำเนินการฟื้นฟูโดยเร็ว โดยการดึงความเชื่อมั่น ความศรัทธากลับมา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและความพยายามสูง โดยหากหน่วยงานใดมีการตลาดเพื่อสังคมดีจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาวิกฤติได้ค่อนข้างมาก
- ได้เรียนรู้ว่า "การสื่อสาร" เป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาการเกิดภาวะวิกฤติ ซึ่งจะต้องมีการรายงานผู้บริหารทราบในทันทีที่เกิดเหตุการณ์เพื่อหาและเตรียมข้อมูล และสื่อสาร/รายงานให้สังคมได้รับรู้ทันทีในขณะที่เกิดเหตุการณ์ รวมถึงได้รับทราบข้อห้ามในการสื่่อสาร เช่น ห้ามกล่าวโทษผู้อื่นหรือหน่วยงานอื่น ห้ามให้ความเห็นในเชิงคาดเดา ห้ามลำเอียง ห้ามปฏิเสธการตอบคำถามและต้องให้ข้อเท็จจริงกรณีมีสื่อถาม ห้ามปฏิเสธความรับผิดชอบ รวมถึงมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในการติดตามและกำกับดูแล
- ในการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและการแก้ไขปัญหาวิกฤติ ผู้บริหารองค์กรจะต้องมีการสื่อสารไปยังพนักงานระดับล่างให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงมีการซักซ้อมแผนปฏิบัติการอย่างสมำ่เสมอ
- การเป็นผู้บริหารที่ดี นอกจากจะต้องมี Soft Skill แล้ว จะต้องมี Footwork ในการปรับภาพลักษณ์ของตน
- การเรียนรู้วิกฤติเก่าๆ จะทำให้สามารถรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้นใหม่ได้
- การเรียนรู้จากประชาสังคมจะทำให้ทราบแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม
หัวข้อ "บุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่"
- ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจถึงบุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่ รวมถึงการแต่งกาย ท่วงท่าในการนั่งบนเก้าอี้ การเดิน การยืน การไหว้ โดยท่วงท่าที่เป็นอันตราย ได้แก่ หน้าท้องยื่น ไหล่ห่อ หลังงอ ก้นยื่นไปด้านหลัง ปลายเท้าชี้เข้าหรือชี้ออก เป็นต้น และมารยาททางสังคมว่า สิ่งใดควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติ อย่างไร เช่น ตำแหน่งการนั่งกรณีไปพบปะบุคคลอื่น / เข้าประชุม โดยมีหลักการ 5 อย่าง คือ การให้เกียรติ สะดวกสบาย ความปลอดภัย ความมีระเบียบเรียบร้อย และความมีอัธยาศัยไมตรี วิธีการยื่นและรับนามบัตร การแนะนำตัวเอง / บุคคลที่ไปด้วย การกล่าวทักทาย มารยาทบนโต๊ะอาหาร เช่น การนั่งบนโต๊ะอาหารจะไม่มีการแจกนามบัตร ตำแหน่งและการหยิบแก้วน้ำ ช้อน-ส้อม-มีด ที่วาง เป็นต้น การเดินนำทางผู้ใหญ่ การรดน้ำสังข์ การขึ้น-ลงบันไดกรณีเด็ก-ผู้ใหญ่ ผู้ชาย-ผู้หญิง