ลองอ่านเรื่องกินกับเที่ยวของคนปฏิบัติธรรมดูบ้าง การกินของคนปฏิบัติธรรมกินน้อยอยู่แล้ว เพราะถ้าปฏิบัติก็กินแค่สองมื้อ แล้วก็เลือกกินไม่ได้ ส่วนเรื่องเที่ยวเลิกไปเลย เพราะมีความสุขในการเดินจงกลมเป็นชั่วโมงๆ
เธอเล่าว่า กลับจากวัดคราวนี้แปลกกว่าทุกครั้งตรงที่อยู่เฉยๆได้ไม่อยากออกไปไหน อยู่นิ่งๆได้ ไม่เซ็งและมีความสงบดี แต่พยายามปฏิบัติเกือบทุกวันนะ
เพิ่งเป็นอาทิตย์แรกที่กลับจากวัดที่มีความรู้สึกนี้ ต่อๆไปจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ความรู้สึกเป็นสุขโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งรอบข้าง
เจ๊เธอไปคนเอาจริงตอนนี้บอกว่า อยู่บ้านปฏิบัติเกือบทุกวันมาบ้างน้อยบ้าง วันนี้ตั้งใจว่าจะเดิน ๔ ชม ก็เดินได้พอเสร็จก็ดื่มไวน์ต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา
เนื่องจากเจ๊เธอเกษียณแล้ว เวลามีมาก นับว่าเป็นบุญของเจ๊เกษียณเสร็จก็ได้ปฏิบัติธรรมเลย ของขวัญวันปีใหม่ที่เจ๊ให้แก่ตัวเจ๊เอง คือปฏิบัติให้มีความรู้สึกบ่อยๆ ทำให้เป็นนิสัย พอทำไปมากๆ เวลาจะเดินความรู้สึกตัวมันมาเอง เหตุเพราะฝึกมามาก สติมันรู้ตัวทั่วพร้อมตลอดเวลาครับ
คนบางคนบอกสิ่งใหม่ๆให้เรียนรู้ ก็บอกว่าไม่ว่างไม่มีเวลา ไม่ว่างทั้งปีทั้งชาติ แต่สำหรับซือเจ้ที่ผมรู้จักกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ไม่ได้เจอกันร่วมสี่สิบปี พอเจอกันก็พูดแต่เรื่องสำคัญเลย เพราะว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว แนะนำให้ซือเจ้มาปฏิบัติธรรมสายหลวงพ่อเทียน ที่วัดแพร่แสงเทียน ซือเจ้เพิ่งเกษียณมาไม่กี่เดือน ตอบตกลงทันทีทั้งๆทีไม่รู้ว่าวัดแพร่แสงเทียนอยู่ที่ไหน และจะไปอย่างไร ซือเจ้ปฏิบัติธรรมมาหลายวัดแล้ว บอกว่าไม่ไปไหนเสียที พอมาบอกก็ถูกใจโทรศัพท์ไปนัดป้าพิกุลทันที นั่งรถทัวร์ไปคนเดียว
ซือเจ้เล่าว่าไปใหม่ๆก็เฉยๆ แต่พอใกล้วันจะกลับ บอกชอบๆๆๆๆๆ ขอบคุณผมที่ได้แนะนำวัดนี้ให้ เลยไปครั้งที่สองอีกเดือนกุมภา ซือเจ้บอกว่าได้สภาวะธรรมมา ชอบอีกนั่นแหล่ะ เขียนมาบอกผมว่าอธิษฐานบุญให้ผมทุกวัน
กลับมาบ้านซือเจ้บอกว่า เมือก่อนอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ ต้องออกจากบ้านเป็นประจำ หลังจากการปฏิบัติอยู่บ้านเฉยๆคนเดียวก็มีความสุข บางวันเดินจงกลมวันละหกชั่วโมง ชอบมากถูกนิสัยเพราะไม่ต้องนั่งสมาธินานๆ เดินก็รู้สึกตัว ทำงานบ้านก็รู้สึกตัว สวรรค์อยู่ไม่ไกลแล้ว ผมก็เลยนัดสัมภาษณ์ซือเจ้ เจ็ไม่อยากจะบอกใครเพราะเจ้เป็นคนธรรมดาไม่ไใช่คนดังอะไร แต่ผมมาคิดดูว่าถ้าคนอ่านบทสัมภาษณ์ของเจ๊แล้ว เห็นแนวทางปฏิบัติ ก็ถือว่าให้ธรรมเป็นทานอย่างหนึ่ง ก็เลยนำบทสัมภาษณ์นี้มาลง คนสัมภาษณ์อยู่อเมริกา คนถูกสัมภาษณ์อยู่เมืองไทย แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน ขอให้คิดถึงกัน โลกที่กว้างก็แคบนิดเดียวครับ
ทำอย่างไรจึงยังสวยเช้งอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไร ทำมานานเท่าไรแล้วครับ
อย่าเอาไปบอกต่อเลยอายเขาเพราะเราไม่ใช่คนดังอะไร ไม่มีใครสนใจหรอก เอาเป็นว่าเราคุยกันสองคนดีกว่านะ
ทำอย่างไรยังสวยตลอดเวลา อย่าใช้คำว่าสวยเลยเพราะเราไม่ใช่คนสวย เอาเป็นว่าดูดีดีกว่านะ อาจจะเป็นเพราะเราดูแลตัวเอง ดูแลมาเรื่อยๆ ตอนอายุน้อยธรรมชาติช่วยเยอะ พออายุมากขึ้นต้องช่วยตัวเองด้วยเพราะธรรมชาติไม่ช่วยแล้ว อายุมากขึ้นระบบเผาผลาญก็ช้าลง ก็ต้องลดปริมาณการกินลง แต่เป็นคนค่อนข้างจะโชคดี ระบบการเผาผลาญโอเค ก็ทานได้เรื่อยๆไม่อดอาหาร ประกอบกับเป็นคนออกกำลังมาตลอดตั้งแต่เด็ก ไม่เคยหยุดออกกำลังเลยตั้งแต่ว่ายน้ำ โยคะ เทนนิส ดำน้ำ ขี่ม้า( ดำน้ำกับขี่ม้าเล่นช่วงสั้นๆเท่านั้น) ตอนนี้เหลือแต่โยคะ ฝึกมาตั้งแต่อายุ 24 จนปัจจุบัน จะเล่นทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
จะพยายามไม่เปลี่ยนsize เสื้อผ้า ถ้าน้ำหนักขื้นก็พยายามลด
อาหารไม่ทานของมัน เพราะร่างกายไม่ค่อยย่อยพวกนี้
ตอนอายุ 50 มีโอกาสได้บำรุงใบหน้า เช่นนวดหน้า ลงไวตามินหน้า ธรรมชาติ/ไม่ค่อยช่วยแล้วต้องวิทยาศาสตร์ช่วยด้วย
ตอนนี้ไปปฏิบัติธรรมที่ไหน ทำไมถึงชอบ
เกษียณแล้วมาเกือบปี อยู่อย่างไร ทำอะไร เที่ยวที่ไหน มีความสุขมากขึ้นหรือเปล่า
มีอะไรที่อยากจะทำอีกบ้าง