สรุปบทความ เรื่อง บทเรียนจากความจริงกับ ดร. จิระ จาก นสพ.แนวหน้า วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2557

“มารู้จัก JokoWidodo หรือ Jokowi อนาคตประธานาธิบดีของอินโดนีเซียคนใหม่ : บทเรียนต่อผู้นำไทยในอนาคต”


(ขอสรุปพร้อมให้ความเห็นค่ะ)

วัฒนธรรมเกิดจากการสั่งสมพฤติกรรม ความดีงาม ความเจริญรุ่งเรืองของสังคม มาเป็นเวลานาน ไม่ได้เกิดมาได้เพียงชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวัฒนธรรมจะสร้างได้ช้า พวกเราก็ต้องช่วยกันเร่งสร้างวัฒนธรรมที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม รู้หน้าที่ของตนเอง ยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก โดยผู้ใหญ่ทุกคนต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ เพื่อเค้าเติบโตต่อไปในอนาคต เป็นกำลังของประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ ขอใหรวมไปถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ของ กฟผ. ด้วย

วัฒนธรรมที่ว่านี้ ไม่ใช่สังคมการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ”แบบทุนนิยมสามานย์” ไร้ซึ่งคุณธรรม ไร้จริยธรรม เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ เลยทำให้ประเทศชาติวุ่นวาย เกิดเสียหายเป็นอย่างมาก ดังเหตุการณ์ที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน (ตัวอย่างที่ไม่ดี ที่เลวๆ ให้กำจัดออกไปจากสังคม) ไม่รู้ว่าจะสอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ให้พวกนักการเมืองได้อย่างไร ให้เห็นแก่ความถูกต้องและประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก คงทำไม่ได้แล้ว แก่เกินแกง พวกนี้เหมือนมะเร็งของสังคม คงต้องมีการผ่าตัด เอาเนื้อร้ายทิ้ง ก่อนที่มันจะลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ

แล้วพวกเรา จะต้องทำอะไร ทำอย่างไร ก็ยังมองไม่ออกถึงทางออกของประเทศ แต่สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ทำไม “ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” ไม่ออกมาจัดการให้เรียบร้อย (โดยเร็ว) เพราะหากปล่อยยืดเยื้อ ยังแต่ความเสียหายให้กับประเทศมากมาย และต้องใช้เวลานานมากในการกู้คืนมา

ความจริงแล้ว ข้าราชการประจำชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างๆ (โดยเฉพาะปลัดกระทรวงฯ) ต้องเข้มแข็งและเป็นหลักให้กับประเทศ วางยุทธศาสตร์ นโยบาย แผนงานต่างๆ (Master Plan) นำพาประเทศเจริญไปข้างหน้า ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะมาบริหารประเทศ ก็จะต้องดำเนินการอยู่ในกรอบ Master Plan ที่วางไว้ ไม่ใช่มารับนโยบายสามานย์ของกลุ่มการเมืองที่ต้องการผลประโยชน์ในระยะสั้นๆ มาแล้วก็ไป ทำให้การพัฒนาประเทศไร้ทิศทาง เป็นไปแบบสะเปะสะปะ ดังนั้น การปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้งนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง และต้องปฏิรูป กฏหมาย ระเบียบราชการ ไม่ให้การเมืองเข้ามามีอิทธิพลได้

กลับมาที่เรื่อง ประธานาธิบดีของอินโดนีเซียคนใหม่ “JokoWidodo”

Jokowi เป็นคนรุ่นใหม่ อายุเพียง 52 ปี มีลักษณะที่เป็นคนติดดิน เพราะเป็นคนต่างจังหวัด (Yogjakata) ซึ่งแตกต่างจากผู้นำอินโดนีเซียคนก่อนๆ ที่ค่อนข้างเป็นคนมีฐานะ เศรษฐี Elite ทำให้ได้รับความสนใจจากประชาชน Jokowi สามารถสร้างความแตกต่างได้ เพราะเค้ามีพื้นฐานในการคิด/วิเคราะห์ที่ดี เพราะจบวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้เปรียบในการคิดเชิงวิเคราะห์ ในเรื่องต่างๆเมื่อเทียบกับคนที่จบสาขาอื่นๆ

ที่สำคัญ Jokowi ได้เรียนรู้จากประสบการณ์การเมืองของไทยที่มีปัญหา แม้แต่การเมืองในอินโดนีเซียปัจจุบัน จึงคิดได้ว่า “ห้ามญาติ พี่น้องของเขาทำธุรกิจกับรัฐบาลท้องถิ่นที่เขาบริการเด็ดขาด” จึงทำให้เขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกรุง Jakarta

ดังนั้น ถ้า กฟผ. ต้องการให้ประชาชนสนใจและยอมรับ กฟผ. จะต้องสร้างความแตกต่างให้ประจักษ์ และ กฟผ. ต้องรู้จัก วินิจฉัย วิเคราะห์ปัญหา รู้วิธีป้องกัน ไม่เดินไปในปัญหารเดิมๆ

อย่างไรก็ตาม Jokowi ก็ยังหนีไม่พ้นนโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะเป็น นโยบายขยายรถไฟฟ้าใต้ดินใน Jakarta หรือ นโยบายให้ประชาชนชาวเมือง Jakarta มีบริการการแพทย์เสรี แค่ก็อาจจะว่าเค้าได้ไม่เต็มปากนักว่าเป็นนโยบายประชานิยม เพราะประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก (มากถึง 200 ล้านคน)

สำหรับประเทศไทย การเมืองไทยในอนาคต เราต้องการคนดี คนกล้า คนเก่ง มาเป็นผู้นำ และที่สำคัญต้องไม่มีธุรกิจการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายเกิดขึ้นอีก โกงบ้านโกงเมือง (ตามที่เราเห็นๆอยู่ในปัจจุบัน) ทั้งนี้ ต้องเป็นผู้นำที่เป็นผู้อาสามาทำงาน ไม่ใช่เป็นอาชีพนักการเมือง อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน