คนเหล่านี้ขาดความตั้งใจในการศึกษานะครับ ของที่ตนเองไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าไม่มี เช่นอากาศ เป็นต้น คนส่วนใหญ่มักฟังและเชื่อกันตามๆกันมา ไม่ค่อยใช้วิจารณญาณไตร่ตรองหรือใช้หลักความเชื่อ 10 ประการ แต่อย่างว่าต่อให้เห็นด้วยตาก็ยังไม่อาจเชื่อได้ เหมือนการทดสอบทางจิตวิทยาต่างๆ เช่น ขนาดของความยาวของเส้น 2 เส้นที่อยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกัน หรือภาพลวงตาที่เคยปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ เช่นรถวิ่งขึ้นเขาได้เอง ทั้งๆที่ความเป็นจริงรถกำลังลงเขา หากแต่ว่า ภาพลวงตาทำให้เห็นเป็นกำลังขึ้นเขา อันความรู้นั้นขึ้นอยู่กับผู้ตั้งใจศึกษา เหมือนการเรียนหนังสือครับ มีโง่ มีฉลาด มีขยัน มีขี้เกียจ คนส่วนใหญ่อยากจะทำตัวเป็นเซียนพระ ก็มักจะตีพระของคนอื่นเก๊ เพราะส่วนใหญ่มันมักจะถูกครับ แต่ถ้าไปเจอผู้รู้ที่แท้จริงแล้ว แค่สอบทานความรู้แค่ไม่กี่อย่างก็ทราบความจริงได้ง่ายๆครับ คำว่าเซียนไม่ได้มีไว้เรียกตัวเองครับ ต้องให้คนอื่นเขาเรียกจึงจะอยู่ในฐานะนั้นอย่างจริงๆ ผู้ชำนาญการจะตอบเฉพาะเรื่องที่ตนเองรู้เท่านั้นครับ และสอนสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเท่านั้น ไม่นำเอาพระเครื่องที่ตนมีมาเป็นมาตราฐานวัด เพื่อตัดสินพระเครื่องของคนอืน ผมเองเวลาจะตีพระใครเก๊ หากไม่ใช่เก๊ดูง่ายหรือรู้จักพระองค์นั้นดีจริงๆ ยังไม่กล้าตีเลยครับ เพราะอาจเป็นพระที่เกจิอาจารย์ท่านอื่นสร้างล้อพิมพ์ไว้ก็ได้ ใครจะพูดอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญว่าเราจะคิดและเชื่ออย่างไรครับ ......อวิชาแพ้ความตั้งใจจริงครับ.....สวัสดีมีชัยทุกท่าน