มันอยู่ที่วิธีการครับ ลองใช้สติปัญญาไตร่ตรองดู สำหรับผมวิธีหนึ่งที่ใช้ก็คือ ไปงานประกวดพระที่มีมาตราฐานพอสมควร แล้วไปดูพระที่ติดรางวัลหลายๆงานครับ อ้อแล้วช่วยสังเกตด้วยว่าคณะกรรมตัดสินพระเป็นชุดเดียวกันหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นชุดเดียวกันก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ อาจารย์ย่อมไม่กระหายอยากได้ศิษย์ แต่ลูกศิษย์ต้องกระหายอยากได้อาจารย์ครับ ถ้าพื้นฐานด้านความรู้แน่น พูดคุยรู้เรื่อง คนสอนก็เบาและสอนได้สบายขึ้น ผมให้อ่านและประมวลผลจากนั้นก็สอบทานครับ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ถามไปเรื่อย ไม่มีของแท้ดู ผมก็เริ่มจากการไม่มีของแท้ดูเหมือนกันครับ หากแต่มีความรู้แน่นพอที่จะทำให้อาจารย์ท่านเอ็นดูที่จะสอน การที่เจ้าของพระอยากให้เราดูพระดีๆนั้น ส่วนใหญ่เขาต้องยอมรับว่าคนดูมีภูมิความรู้ก่อน ไม่ใช่อยู่ๆก็เอามาให้ใครก็ได้มาดู ผมใช้เวลาราว 6 ชั่วโมง ไขคำถามของอาจารย์คนที่ 2 ซึ่งท่านก็ยอมรับว่าใช้เวลาเร็วมาก หากแต่วิธีการของผมก็แค่พื้นๆ โดยนำพระ 2 องค์ ที่สภาพใหม่เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่อายุของพระ ได้ข้อสรุปว่าองค์ที่เก่ากว่าผิวก็จะย่นมากกว่า ซึ่งก็เป็นหลักอนิจจังธรรมดาเท่านั้นเอง และพระที่นำมาเปรียบเทียบก็ไม่ใช่พระสมเด็จราคาแพงเลย หากแต่เป็นพระเนื้อผงของเกจิอาจารย์ในยุคปี 2500กว่าๆ พระเนื้อผงองค์แรกที่ผมซื้อมาในราคาหลักร้อยก็คือ สมเด็จปกโพธิ์มฤค 2 องค์ พร้อมกัน เป็นพระเนื้อผงเหมือนกัน แต่แตกต่างกันอย่างมาก เพราะองค์หนึ่งลักษณะเนื้อเทียน อีกองค์แก่ผงมาก เมื่อนำมาให้อาจารย์คนแรกดูแล้วแจ้งราคาให้ท่านทราบ ท่านยังทำหน้าไม่เชื่อ และเมื่อแจ้งว่าซื้อกับใคร ท่านก็ยิ่งไม่อยากเชื่อว่าจะซื้อในราคาแค่นั้น ท่านถามผมตอบง่ายๆว่า ผมว่าแท้ทั้งคู่ แต่ตอนซื้อ ผมพูดง่ายๆว่า มีโอกาศแท้ 1 องค์ เก๊ 1 องค์ หรือเก๊ทั้งคู่ เพราะเนื้อหาแตกต่างกันมาก คนขายไม่แม่นจริง เพราะไม่ได้ศึกษาประวัติการสร้างก็เลยขายให้ในราคานั้น ผมซื้อพระเนื้อผงมาโดยส่วนใหญ่จะไม่ดีเท่าไหร่ เพราะต้องการรู้ว่าที่ว่าไม่ดี มันไม่ดีอย่างไร มันผิดตรงไหน เอามาทดสอบอาจารย์เรื่อยๆ หากแต่ก็ใกล้เคียงมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ ทุกวันนี้พระฟอร์มดีๆก็ซื้อเข้ามา บางองค์ก็รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ถึง หากแต่ก็เอาไว้เทียบเคียงให้ลูกค้าที่นำพระมาเช็คว่า องค์นี้ไม่ถึงนะครับ แต่ที่ไม่ถึงก็ดูดีกว่าพระที่นำมาให้เราดู บางคนใส่ตลับทองฝังเพชรมาอย่างดี ก็ต้องเอาของพวกนี้มาสกัด ไม่อย่างนั้นก็อาจผิดใจกันได้เมื่อไปตีพระเขาไม่ดี บางคนคิดว่าเราสร้างความสับสนหรือหลอกจะเอาพระเขา ผมก็บอกว่าถ้าคิดว่าพระที่ผมนำมาให้ดูนั้นแท้ถ้าจะซื้อผมก็ขายในราคาหลักพันหรือหมื่นต้นๆครับ แต่ย้ำอีกทีว่ายังไม่แท้นะครับ หากแต่มีโอกาศที่จะเป็นของเกจิท่านอื่นที่สร้างล้อพิมพ์ครับ วิธีการเรียนรู้มีมากมายหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับผู้เรียน และอาจารย์ก็มีอยู่มากมาย หากแต่เราจะดึงเอาความรู้ที่ท่านเหล่านั้นมีมาอยู่กับเราได้อย่างไร ก็คงต้องใช้ความคิดไตร่ตรองดูครับ จะบอกให้ไปซื้อพระแท้มาดู เดี๋ยวก็จะโดนด่าว่าอยากขายของอีก ให้อ่านเยอะๆ เพราะเป็นการสร้างพื้นฐานทางทฤษฎีก่อน จากนั้นถ้าความรู้แน่นแล้วก็ค่อยลงภาคสนามครับ ไปซื้อมาให้ดูเพื่อสอบทานว่ารู้จริงหรือเปล่าก็แค่นั้นเอง ผิดเป็นครูครับ แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น มาใช้พื้นที่ของท่านอาจารย์แสวงอีกแล้ว ก็ต้องขอประทานโทษครับท่านอาจารย์ .......โชคดีมีความคิดทุกท่าน ....สวัสดี