ทำไมกิเลศจึงโหดร้ายเช่นนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนให้ละกิเลศ คือรักโลภโกรธหลง แต่พวกเราที่เรียกตนเองว่าเป็นชาวพุทธกลับสอนให้เด็กๆที่เกิดมา รู้จักแต่รักโลภโกรธหลง มาโดยตลอดจนฝังแน่นในกมลสันดาน จนโตพออายุ 20 ปีแล้วก้พาไปบวชเพื่อจะให้ละลดรักโลภโกรธหลง ที่ฝังอยู่ในตัวมา 20 ปีเต็มๆ บวชได้ 7 วันแล้วก็สึก แล้วกิเลศจะหมดจากใจไปได้อย่างไรกัน บางคนที่พอมีความรู้พอจะอ่านธรรมะบ้างคิดจะสละกิเลศหรือทำให้กิเลศบางเบาไปบ้าง ก็ติดด้วยพันธนาการอันเป็นผลจาการสะสมกิเลศมาหลายสิบปี เช่น ลูก เมีย ทรัพย์สมบัติ หน้าที่การงาน สำคัญที่สุดคือหนี้สิน แล้วจะสลัดทิ้งกิเลศได้อย่างไรเล่า กิเลศที่สะสมอยู่ในกายและจิตนั้นเป็นเราเองที่สร้างมันขึ้นมาจนเกาะกุมร่างกายและจิตใจจนหนาแน่นจนยากที่จะสลัดออกไปได้ง่ายๆ จริงๆแล้วกิเลศไม่ได้โหดร้ายเลย ถ้าเราไม่พากันสร้างกิเลศเสียแล้วกิเลศก้ไม่อาจทำอะไรเราได้ การสลัดกิเลศทั้งหลายทิ้งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนักหนาถ้าจะทำ พระพุทธองค์ ทรงทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นราขสมบัติ ลูก เมีย เครื่องนุ่งห่ม ผมเผ้า พระองค์ทรงสละได้หมด ถามว่าพวกเราที่เรียกตนเองว่าเป็น ลูกพระพุทธเจ้าบ้าง ศิษย์พระพุทธเจ้าบ้าง สาวกพระพุทธเจ้าบ้าง เคยดูว่าพระองค์ทำอะไรบ้างไหม เคยเดินตามพระองค์บ้างไหม แล้วแบบนี้จะพากันละกิเลศได้อย่างไรเล่า คงได้แต่สงสัยว่าทำไมกิเลศมันถึงโหดร้ายอย่างนี้ต่อไป อิอิอิอิ