เคารพในความเชื่อต่างกับคุณหมอนะครับ แต่น่าคิดอยู่ว่า หมอเป็นพุทธกำลังเชื่อในพระเจ้าเพราะมีเหตุการณ์ประกอบประสบการณ์ หากจะว่าตามหลักพุทธจริงๆ คือ บรรลุเป้าหมายการพ้นวัฏสงสาร ซึ่งฟังดูแล้วห่างไกลคติโลกมากเกินไป จึงดูเหมือนแห้งผาก แล้งน้ำ ที่จะมุ่งมั่นไปถึง แต่นี่คือ บทพิสูจน์ความพากเพียรของแก่นใจของปัญญามนุษย์ เมื่อปัญญาไปไม่ถึง ความเชื่อความคิด ส่วนบุคคล ก็จะเข้ามาแทรกแซงได้ หรืออาจไหลไปกับความเชื่อต่างลัทธิได้ หรือกล่าวอีกนัยคือ ขาดความมั่นคงในศรัทธาศาสนาตน
นี่คือ ปรากฏการณ์อิทธิพลของยุค PM (Post Modernism) ที่คว้าเอาทุกอย่างมาไว้ในตนด้วยสิทธิพื้นฐานของปัจเจกบุคคลเรียกว่า "บูรณาการ" ซึ่งมีองค์กรต่างประเทศเคยนำหลักการนี้มาตั้งเป็นศาสนาแล้วเรียกว่า "ศาสนาบาไฮ" ที่รวมเอาแก่นคำสอนของแต่ละศาสนามาไว้ด้วยกัน แต่เป้าหมายปลายทางกลับด้วนด้านไปหมดหรือสับสนกัน
ที่จริงแนวคิดที่หมอเชื่อ มีในปรัชญาของนักปรัชญามาตั้งแต่ยุคกรีกแล้วละ เช่น พลาโต บอกว่า แบบ (รวมจิต)มาจากพระเจ้า อริสโตเติ้ล เชื่อว่า วิญญาณมาจากแบบ แต่อยู่เหนืออัตภาวะวิสัย อไควนัส และออกัสติน เน้นศรัทธานำเหตุผลว่า พระเจ้ามีเพราะเรามีผัสสะรับรู้ได้ แต่เราไม่สามารถรู้ได้โดยตรงเพราะเรามีข้อจำกัด เราต้องอาศัยแรงดลจากพระเจ้าเท่านั้น ค้านท์ บอกว่า พระเจ้าอยู่เหนือธรรมชาติ และเป็นจริยธรรม ที่รองรับความดี ชั่วของมนุษย์ แต่เข้าถึงไม่ได้นอกจากว่า จะใช้เหตุที่บริสุทธิ์เท่านั้น จอห์น ล๊อค บอกว่า จิตเดิมที่พระเจ้าสร้างนั้นสะอาด แต่พอมาสิงร่างมนุษย์กลับหมองลง ในขณะเดการ์ด บอกว่า จิตมีกัมมันตะในตัวเอง
ในปรัชญาตะวันออกเรื่องจิตนิยม พราหมณ์เชื่อเรื่องอัตมัน ว่าคือ จิตเล็กในร่างมนุษย์ ว่าเที่ยงแท้ไม่แปรเปลี่ยน แต่ดร.สุนทร ณ รังษี บอกว่า คือลมหายใจ ภายหลังแปลว่า จิต วิญญาณ แลที่สุดก็แปลว่า ความจริงแท้ ในอุปนิษัท ส่วนพุทธเชื่อว่า จิตคือ อัตตาจริง แต่ไม่เชื่อว่าถาวร มั่นคง สามารถแปรได้ ทำลายได้ เมื่อบรรลุโมกธรรม
อย่างไรก็ตาม พุทธมีพื้นฐานความเชื่อบนปัญญา ที่อิงการพิสูจน์ได้ในการปฏิบัติจิตด้วยกำลังของปัญญาญาณ มิใช่อำนาจเก่า เหมือนดั่งนักปรัชญาทั้งหลายเชื่อว่า จิตได้รับการวางชิบไดรฟ์ในดีเอ็นเอจากพระเจ้าฝังไว้ในตัวเอง จนสามารถแสดงกัมมันตะได้ เหมือนอริสโตเติ้ลบอกว่าเป็น "ศักย์ภาวะ" (Potentiality) แต่พุทธศาสนาเชื่อใน "กรรมศักย์" (Active Drive) จากวิถีปัญญา ความคิด ประสบการณ์ การทดสอบด้วยตัวเอง มิใช่จากคนอื่นหรืออำนาจอื่น ซึ่งไม่ใช่แก่นรู้ที่ตนเองเข้าใจได้ จึงเหมือนเป็นร่างทรง รู้แท้มาจากพฤติกรรมธรรมดา พื้นๆ ของสามัญชนคนรากหญ้านี่เอง ที่กล้าท้าทายโชตชะตา ด้วยตัวเอง มั่นคงในกรรมศักย์ คือ ความสามารถของการกระทำทางกาย และใจ บนสติปัญญา ความพากเพียร เพราะนี่คือ ผลที่มนุษย์ทุกคนจะเสวยได้ด้วยความภาคภูมิใจที่สุด มิใจจากคนนอก
จึงขอแสดงทัศนะต่อแนวคิดเสริมคุณหมอ ในกรณีเชื่อเรื่อง จิตของพระเจ้า บนหลักพุทธวิถีครับ