“พูดถึงความก้าวหน้า...

ผมคิดและไตร่ตรองดูโดยรอบคอบแล้วเห็นว่า ผมจะต้องหันกลับมา เล่นงานตัวเองเป็นจุดใหญ่

ตัดการยึดและถือมั่น ลดการถือตัว ถือทิฐิประจำตัว และปล่อยวาง

หากดวงจิตตรงนี้สะอาดขึ้น สว่างขึ้น และสงบขึ้น นั่นแหละคือความก้าวหน้า

แต่ตรงข้ามมันกลับสกปรกโสโครกลง มืดมิดลง และฟุ้งซ่านขึ้น โลดแล่นต่อไปด้วยอำนาจกิเลสและตัณหามากขึ้น

นี่แหละคือความหายนะของชีวิตผม ความล่มจมและความเสื่อม

แต่ก็มิได้หมายความว่าจะหนีโลกหนีสังคม ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น

เป็นแต่จะชี้ให้เห็นถึง Concept ของผมเกี่ยวกับชีวิตนี้ และนั่นเป็นหลักการใหญ่

เป็นประดุจจุดมุ่งหมายสูงสุดให้แก่ชีวิตของตน แต่ในฐานะเกิดเป็นคนในสังคม ผมยังเป็นหนี้สังคมอยู่มาก

ผมยังคงไม่ทอดทิ้งภาระและหน้าที่นี้เด็ดขาด การศึกษาที่เรียนมายังจะเป็นเรื่องที่ต้องจับขึ้นมาทำ

และจะเล่นอย่างจริงจัง ให้ผลแก่การศึกษาต่อไป เฉพาะแต่จะเอาตัวรอด เป็นครูดี สอนดี ประพฤติดี

ดูจะไม่เพียงพอเสียแล้ว สำหรับเรา สำหรับสังคมยุคนี้และต่อไป

ผมเห็นว่าเราจะต้องโลดแล่นต่อไปในสังคมการศึกษา ในทางที่จะต้องพยายามยกระดับให้สูงขึ้น จริงจังมากขึ้น

และมี aim มีปรัชญาที่แน่นอนและถูกต้องเหมาะสมมากกว่านี้

แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น เราเห็นจะต้องสั่งสมและสร้างบารมีกันก่อน

บารมีนี้คือความรู้ความเข้าใจและความคิด เรื่องยศ เรื่องตำแหน่ง

เวลานี้ยังมีสะกิดเกี่ยวและรบกวนจิตใจอยู่บ้างไม่น้อยเลย

แต่เชื่อแน่ว่าอีกไม่ช้าผมจะตัดมันออกให้เด็ดขาดกันได้”

....

คมคิดอันลึกซึ้งยิ่ง ของ..."ครูของแผ่นดิน"

แม้ในวัยต้นของชีวิต ที่ชีวิต มีโอกาส มีสิทธิ์ได้ใช้ชีวิตอันแสนสั้นสุดๆนั้น

ช่างน่าประทับ...ซาบซึ้งใจยิ่งนัก

ขอบคุณมากค่ะครู... สาธุ (ตามอ่านจนลืมอาหารเช้าเลยค่ะ)