ตอบคุณน้ำฝน
เรื่องนี้เป็นคดีปกครอง เพราะการแจ้งการประเมิน (ภรด.๘) ภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็น "คำสั่งทางปกครอง" ที่ต้องแจ้งเหตุผลประกอบด้วย
(๑) ตามปกติ เจ้าของทรัพย์สิน(ในฐานะผู้รับประเมิน) ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภรด.๒) ภายในเดือน กุมภาพันธ์ของทุกปี เมื่อได้รับแจ้งการประเมิน (ภรด.๘) จากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเมื่อได้รับแจ้งการประเมินแล้วจะต้องนำเงินค่าภาษีไปชำระภายใน ๓๐ วันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน มิฉะนั้นจะต้องเสียเงินเพิ่ม
(๒) เมื่อผู้เสียภาษีได้รับแจ้งการประเมินแล้ว ไม่พอใจในการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเห็นว่าค่าภาษีสูงเกินไปหรือประเมินไม่ถูกต้องก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้โดยยื่นอุทธรณ์ตามแบบที่กำหนด(ภรด.๙) ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินและเมื่อได้รับแจ้งผลการชี้ขาดแล้วยังไม่เป็นที่พอใจก็มีสิทธินำเรื่องร้องต่อศาล(ปกครอง)ได้ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาด
(๓) หาก จนท.ไม่รับหนังสืออุทธรณ์ ควรส่งทาง ปณ.ตอบรับ
(๔) หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่คุณน้ำฝนกล่าว ในปีต่อไป (คือภายในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ นี้) เมื่อคุณน้ำฝนไปยื่น ภรด.๒ ซึ่งคุณน้ำฝนก็จะได้รับแจ้ง ภรด.๘ จากเจ้าหน้าที่ และคุณน้ำฝนจะต้องชำระค่าภาษีภายในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ แต่กรณีคุณน้ำฝนไม่พอใจผลการแจ้งการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ คุณน้ำฝนก็ต้องยื่นอุทธรณ์ตามแบบ ภรด.๙ ภายใน ๑๕ วัน แล้วดำเนินการตามข้อ (๒) และ ข้อ (๓)
หมายเหตุ
การเสียภาษีโรงเรือนจะเสียปีต่อปี เมื่อชำระค่าภาษีไปแล้ว การจะอุทธรณ์ขอลดขอคืนภาษีเป็นเรื่องยาก ควรต้องใช้สิทธิทางศาล (ปกครอง)
ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้ยุให้ฟ้องเป็นคดีปกครอง และหากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ควรใช้สิทธิทางศาลได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ วรรคสอง วรรคสาม ที่บัญญัติว่า
"บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้" และ
"บุคคลย่อมสามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวดนี้ได้โดยตรง หากการใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องใดมีกฎหมายบัญญัติรายละเอียดแห่งการใช้สิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้แล้ว ให้การใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องนั้นเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ"