ลองโทรถามท่านอาจารย์แสวงก่อนนะครับ ส่วนข้อเขียนที่ผมจะเขียนนี้ มีนัยยะในส่วนของการมองแบบพุทธพานิชของเซียนเกี่ยวกับเรื่องพระสมเด็จครับ การที่เซียนตีพระเก๊มีสาเหตุหลายอย่างนะครับ

1.ผู้นำไปให้ดูบอกผิดวัด ,ผิดพิมพ์ เช่น วัดระฆังแต่บอกเป็นบางขุนพรหม ผุ้ดูก็ถือโอกาศตีเก๊ครับ

2.พิมพ์ที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลในวงการกำหนดนั้นถือว่าเป็นสากลของวงการ เพราะบางส่วนที่มาที่ไปชัดเจน เพียงแต่ว่านอกพิมพ์ก็น่าจะมี หากแต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมผู้นิยมสะสม ก็ตีเก๊ได้

3.การสร้างล้อพิมพ์ของเกจิท่านอื่น อันนี้สำคัญมาก เพราะสร้างความสับสนให้แก่ผู้เล่นมาก อย่างพระถอดพิมพ์ของหลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ ซึ่งสร้างในปี248กว่า ถ้าไปเจอบางองค์ที่เนื้อหาจัดจ้านเพราะการใช้งาน บางท่านก็คิดว่าใช่ แต่ไม่ใช่ก็ได้นะครับ

4.จรรยาบรรณ ภูมิความรุ้ ความรอบคอบ ฐานะทางสังคม ที่มาที่ไป ของทั้ง 2 ฝ่าย ก็เป็นสาเหตุในการตีเก๊-แท้

5.อารมณ์และกิเลสของทั้ง 2 ฝ่าย คนดูอารมณ์ไม่ดี ก็ตีเก๊ง่ายๆเหมือนกันหรือเกิดอาการตากลับชั่วขณะ

6.ผลประโยชน์ของฝ่ายดู อันนี้ก็เลยยิ่งสร้างความสับสนให้แก่นักนิยมสะสมครับ ซึ่งทั้งข้อ 4-6 เป็นเรื่องของบุคคลล้วนๆครับ การตรวจเช็คก็ควรนำไปตรวจหลายๆที่ หลายๆท่านครับ ผมเองเมื่อดูให้ใครแทบจะไม่ได้พูดคำว่าเก๊ออกจากปากตัวเองเลยครับ ส่วนใหญ่ให้เจ้าของพระยอมรับเองว่าไม่ถึงยุคเองครับ โดยใช้ของเทียบเคียงในรายที่มีพื้นความรู้อยู่บ้าง ส่วนที่ไม่มีพื้นความรู้เลย ก็ยิ้มหวานๆแล้วส่งของทีดูดีกว่า เก่ากว่า หรือใกล้เคียงกว่า แล้วบอกว่าเป็นของเกจิท่านอื่นๆครับ แต่จะเป็นท่านใดนั้น เกินความสามารถของผมที่จะบอกได้ครับ

คิดจะสะสมพระสมเด็จนั้นไม่ยากหรอกครับ ที่ยากคือต้องสะสมของที่ใกล้เคียงไว้เทียบเคียงด้วยและต้องแยกให้ออกด้วยว่าผิดตรงไหน หลักการของท่านอาจารย์แสวงนั้นชี้ให้เห็นการพัฒนาของเนื้อหา เมื่อเราสามารถดูเนื้อหาได้ เราจะต้องหัดดูพิมพ์ให้แม่นยำมากขึ้นครับ ส่วนพมิพ์นั้นสามารถถอดพิมพ์ได้แล้ว สมัยก่อนพระถอดพิมพ์ก็จะมีขนาดเล็กกว่าองค์จริงเล็กน้อย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี่สามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้วครับ ผมให้หลักการในการดูไว้หลายครั้งแล้วว่าให้ใช้ความรู้หลากหลายรูปแบบและให้ฟังความคิดเห็นเขาด้วย แต่ถ้าเขาไม่ตอบ ความน่าเชื่อถือก็ลดลงครับ เรียนหนังสือยังใช้เวลาเรียนตั้งหลายปีกว่าจะเก่งได้ นับประสาอะไรกับการเรียนดูพระ ซึ่งไม่มีหลักสูตรอะไรชัดเจนสักอย่าง ใครใคร่สอนก็สอน สอนตามแบบของตัวเอง ยึดหลักกูมากกว่าหลักการครับ ผมเป็นผู้ดูและตะเวณไปตามเวปต่างๆ อ่านและรวบรวมข้อมูล ส่วนจะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องของผม ถ้าอันไหนเห็นว่าดี ก็แนะนำให้คนอืนอ่าน ส่วนคนที่ผมแนะนำจะอ่านหรือไม่อ่านก็เป็นเรื่องของเขา ตอบยาวและใช้พื้นที่ของท่านอาจารย์แสวงมากเกินไปก็ต้องของอภัยท่านอาจารย์ด้วย เพราะไม่สะดวกที่จะตอบอะไรกับใครโดยส่วนตัวครับ โชคดีศึกษาอย่างชาญฉลาดโอกาสพลาดก็น้อยลง......สวัสดี