นศพ.ภาวิตา ลิ้มสมวงศ์
ความรู้สึกก่อนเข้าร่วมโครงการ
ความรู้สึกแรกที่ได้ยินชื่อโครงการ “The Departures หรือ การแต่งหน้าศพ” คือ กลัวปนกับความสงสัยว่า โครงการนี้คือโครงการอะไร ทำไปเพื่ออะไร แล้วทำไมต้องทำ และยังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการ รวมไปถึงเราจะไปอยู่ในสถานการณ์ที่โศกเศร้าจากการที่สูญเสียคนในครอบครัว หรือคนที่รักได้หรือไม่
ดังนั้นดิฉันและเพื่อนจึงได้ไปดูหนังเรื่อง TheDepartures ประกอบกับพี่พยาบาลได้มาอธิบายถึงขั้นตอนการแต่งหน้าศพแล้วก็มีความรู้สึกว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจและเป็นโครงการนี้เป็นการช่วยบรรเทาความโศกเศร้าให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงเจตนารมณ์ของผู้ที่เสียชีวิต
ความรู้สึกหลังเข้าร่วมโครงการ
เคสแรก:ในวันที่25 ธันวาคม 2556 เวลาประมาณ 20:30 ได้มีโทรศัพท์จากเพื่อนในกลุ่มว่ามีเคสให้มาทำ ตอนนั้นก็รีบแต่งตัว แล้วขึ้นไปบนห้องพิเศษพร้อมกับเพื่อนๆในกลุ่ม ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีหลังจากที่พี่พยาบาลโทรศัพท์มาบอก เมื่อเข้าไปในห้องก็มีพี่พยาบาลกับญาติผู้เสียชีวิตอีกสองคน ซึ่งพี่พยาบาลกำลังเช็ดตัวให้กับผู้เสียชีวิต รวมไปถึงถามญาติว่ามี เสื้อผ้า รองเท้า หรือของที่ผู้เสียชีวิตชอบหรือยัง โดยให้ญาติจัดหาให้กลับผู้เสียชีวิต เมื่อเช็ดตัวเสร็จก็จะนำสำลีมาอุดรูเปิดทั้ง 5 เพื่อไม่ให้มีน้ำเหลืองไหลออกมา และจะใส่เข้าไปบริเวณในปากเพื่อให้ผู้เสียชีวิตมีหน้าที่อมยิ้มอยู่ หลังจากนั้นก็จะใส่เสื้อและแต่งหน้าให้กับผู้เสียชีวิตเหมือนคนที่นอนหลับอยู่ โดยในช่วงนี้เริ่มมีญาติเข้ามาในห้องมากขึ้น และคอยดูผู้เสียชีวิต
เมื่อแต่งเสร็จ มีญาติท่านหนึ่งได้ถามหลานของตนว่า คุณยายเป็นไงบ้าง แล้วคำตอบของเด็กคนนั้น ก็พูดขึ้นว่า “คุณยายสวย” แล้วก็ยิ้ม ทำให้ญาติคนอื่นๆยิ้มตามเด็กคนนั้น ซึ่งทำให้ดิฉันรู้สึกดี และมีความสุขที่เห็นญาติผู้เสียชีวิตสามารถยิ้มได้
หลังจากนั้นจะมีการขอขมาและร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตและญาติผู้เสียชีวิตรวมถึงมีการกรวดน้ำให้กับผู้ป่วยอีกด้วย (ถ้านับถือศาสนาพุทธ)
เคสสอง: ในวันที่2 มกราคม 2557 เวลาประมาณ 17:00 น. ก็จะมีกระบวนการทำเหมือนเคสที่ 1 แต่ในเคสนี้อยู่ในหอผู้ป่วยรวม รวมถึงมีคุณป้าเพียงคนเดียวที่มาเฝ้าจึงให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากเคสแรกมาก จึงมีเพื่อนในกลุ่มช่วยเข้าไปคุย ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณป้า เมื่อมีการแต่งหน้าศพรวมถึงมีการกรวดน้ำ ขอขมาแล้ว คุณป้าก็พูดขึ้นว่า “ขอบคุณลูกทุกๆคน” (หลายครั้งมาก)
ซึ่งจากการที่พวกเราได้มีโอกาสได้ทำเคสทุกเคสนี้ทำให้เห็นกระบวนการเมื่อมีผู้เสียชีวิต และได้รับรู้ถึงความรู้สึกต่างๆ ของคนรอบข้าง รวมถึงทำให้เราเข้าใจและมีความเห็นใจแก่ผู้อื่นมากขึ้น และเป็นโครงการที่เมื่อเราจบไปเป็นแพทย์ก็ไม่มีโอกาสได้มารับรู้ถึงวาระสุดท้ายของคนผู้เสียชีวิต
---------------------------------------------------------------
ภาวิตาครับ
ผมเองก็พยายามนึกว่า คุณหมอจะรู้อย่างไร เมื่อเด็กตัวเล็กคนนั้นพูดว่า "คุณยายสวย" แล้วเขาก็ยิ้ม ผมเชื่อว่าคุณหมอก็ยิ้ม และคงเป็นยิ้มที่ออกมาจากใจ
ใช่ไหม