นศพ.ธีระ ลีภัทรกิจ
ความรู้สึกก่อนเข้าร่วมโครงการ
ตอนที่ได้พวกเราทราบว่าต้องทำโครงการ PBL ในเทอมนี้พวกเราได้คิดโครงการมากมายไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดติวรุ่นน้อง โครงการลดน้ำหนัก ไปนำเสนอให้อาจารย์ธนพันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการของพวกเราได้ฟัง แต่อาจารย์กลับเล่าถึงโครงการของอาจารย์ให้ฟังแทน พวกเรากลับรู้สึกว่าโครงการของเราที่ได้คิดไปนั้นดูด้อยค่าลงไปทันที เพราะโครงการที่อาจารย์กล่าวถึงมีใจความสำคัญอยู่ที่ การให้ การให้โดยไม่คิดหวังสิ่งตอบแทนใดๆ จากเขา ต่างจากโครงการของเราที่คิดเพื่อตัวเอง เพื่อคนแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในโครงการที่อาจารย์กล่าวถึง คือ โครงการ The departures ซึ่งตอนแรกพวกเราคิดว่ามันคือการแต่งศพผู้เสียชีวิตเพียงเท่านั้น จนอาจารย์แนะนำว่าให้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง Departures
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ใช่การแต่งศพธรรมดาๆ เท่านั้นแต่เป็นการส่งผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีคนหนึ่ง จากภาพยนตร์เรื่องนี้ในที่สุดพวกเราได้ตัดสินใจจะทำโครงการนี้ในเทอมนี้ และพวกเรารอเวลาที่จะได้ทำโครงการนี้มานานเกือบสองเดือนด้วยความรู้สึกตื่นเต้นรู้สึกว่าต้องตื่นตัว ต้องเปิดโทรศัพท์พร้อมรับสายตลอดเวลาซึ่งเราไม่มีทางทราบว่าเวลาที่เราจะทำโครงการจะมาถึงเมื่อไร เราจะเป็นผู้ให้ที่สมบูรณ์ได้ดังที่หวังไว้หรือเปล่าและเมื่อเวลานั้นมาถึงเราจะทำตัวอย่างไร
ความรู้สึกหลังเข้าร่วมโครงการ
เพื่อนๆ ได้ผ่านการทำโครงการมาแล้วครั้งหนึ่ง (26 ธ.ค. 2556) แต่ครั้งนั้นผมยังไม่มีโอกาสได้ไปเนื่องด้วยปัญหาการติดต่อสื่อสาร ผมจึงรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก ประกอบกับช่วงเวลาในการทำโครงการนั้นก็เหลือเพียง 2 สัปดาห์แล้วเท่านั้น
จนกระวันที่จะได้ทำโครงการครั้งที่ 2 ก็มาถึง วันนั้น (2 ม.ค. 2557) เป็นวันสอบปลายบล็อกวันแรกของวิชาระบบย่อยอาหารและโภชนาการ ผมได้รับโทรศัพท์ตามจากพี่พยาบาลให้ไปทำโครงการ
ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะไม่รู้ว่าเราจะพบอะไรเมื่อไปถึงเตียงคนไข้ แล้วญาติผู้ป่วยจะมีความรู้สึกอย่างไร และโทรศัพท์ตามคนอื่นๆ กว่าจะไปถึงที่โรงพยาบาลประมาณ 30 นาที (ทั้งๆที่บอกพี่พยาบาลไปตอนแรก 10 นาที) แต่โชคดีที่เมื่อเราไปถึงพี่พยาบาลยังเริ่มทำไปได้ไม่นาน และพี่พยาบาลได้เรียกพวกเราเข้าไปช่วยโดยไม่ชักช้า
แล้วพวกเราก็ได้พบกับร่างคุณลุง
พี่พยาบาลได้ให้เราช่วยเช็ดตัวทำความสะอาดทั้งร่างกายของคุณลุง ผมได้เข้าไปทำความสะอาด ได้ล้างเท้าคุณลุง เช็ดตัว ผมคิดว่าจะต้องลงมือทำให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่รู้สึกว่าทนไม่ไหวจึงออกมาพักข้างนอก และเมื่อกลับไปอีกครั้งหนึ่งก็ถึงขั้นตอนการแต่งตัวคุณลุงแต่พี่พยาบาลก็ทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ผมรู้สึกว่าการให้ของพี่พยาบาลนั้นยิ่งใหญ่มากกว่าที่ผมได้ทำมาก ทั้งๆ ที่บริเวณเตียงนั้นอากาศอบอ้าวมาก และยังคอยบอกขั้นตอนต่างๆ ของการทำโครงการและเกร็ดความรู้ต่างๆ ทั้งโรคของคุณลุงรวมถึงคติความเชื่อต่างๆ เช่น กรณีของคุณลุงที่มีการยื้อไม่ให้เสียชีวิตในวันพุธและมาเสียชีวิตในวันพฤหัสบดีแทน
หลังจากแต่งตัวเสร็จก็ตามด้วยขั้นตอนการกล่าวคำอโหสิกรรม และกรวดน้ำให้แก่คุณลุงรวมถึงได้พูดคุยกับคุณป้า ภรรยาของคุณลุง ทำให้ผมได้มีความคิดที่ว่า ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้รู้จักกับคุณลุง คุณป้ามาก่อน แต่กลับได้มาพบกันแม้จะเป็นวาระสุดท้ายของคุณลุง แต่ผมได้มีส่วนช่วยส่งให้คุณลุงได้จากไปอย่างสะอาด คุณลุงดูมีความสุขแม้ท่านจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตามผมได้ให้โดยไม่ได้สนใจว่าเขาจะได้รับหรือไม่ และผมขอขอบคุณคุณลุงคุณป้าที่ทำให้ผมได้รู้จักการให้ได้มีความสุขใจที่ผมได้ให้ ได้รู้ว่าการให้ที่แท้จริง ผลที่ตอบแทนมันไม่ใช่เงินทอง สิ่งของใดๆ แต่เป็นความสุขใจที่ผมได้มีจิตใจเป็นผู้ให้นั่นเอง
---------------------------------------
ธีระครับ
โครงการที่คุณหมอคิดกันมาก่อนพบผมนั้น มิได้ดูด้อยค่าเลยในสายตาของผม เพียงแต่อยากเปิดโอกาสให้ได้ลองทำงานที่มีความท้าทายกับจิตใจคุณหมอดู ได้ลองมาสัมผัสกับความสูญเสียดูบ้าง ได้มาลองทำประโยชน์โดยมีคำว่า human dignity ดูบ้าง เท่านั้นเอง
และผมก็ภูมิใจในตัวลูกศิษย์รุ่นนี้มากเช่นเดียวกัน