คนเรานั้นล้วนอยู่ในกรอบ หรือจะเรียกว่ากับดักก็น่าจะได้นะครับ ผมเองก็อยู่ เพราะถ้าจะออกไป เราก็ต้องออกจากสังคมที่เราอยู่
เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไร้กรอบตราบเท่าเรายังเป็นมนุษย์และมีหน้าที่มากมายต่อตนเองและผู้อื่น
นกแม้จะมีอิสระ ฟ้ากว้าง แต่นกก็ออกจากฟ้าไปไม่ได้อยู่ดี
แต่........เราควรที่จะมีความคิดนอกกรอบ ออกนอกกับดักได้ กายถูกขังแต่ใจโบยบิน
ความคิดที่โบนบินนอกกรอบ กับการต้องทำงานที่มีกรอบ จะสมดุลกันได้ครับผมเชื่ออย่างนั้น
พีซียู ก็แค่ระบบการทำงาน ระบบกรอบอันใหม่ ก็ไม่ต่างจากเดิม เพียงแต่ย้ายไปมา ก็อย่างที่คุณบอกว่า บริบท มันเปลี่ยนไป พีซีอยู่ก็เป็นหนึ่งในบริบทนั้นเท่านั้นครับ
ต้นแบบมันจำเป็นอยู่บ้างครับในแง่ของหลักการและการปรับใช้ ซึ่งเราเรียนรู้กันได้และนับไปปรับกันต่อ แม้แต่โรงพยาบาล ทั่วประเทศไทยก็ไม่เหมือนกันหรอกครับ แบ่งฝ่ายแบ่งงานกันไม่เห็นเหมือนกันซะที (ดีที่ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีกระทรวงเดียว) แล้วที่ไม่เหมือนก็คือบริบทในสังคมนั้น ๆ พื้นที่นั้น ๆ ไม่เหมือนกัน แต่เราก็ต้องมีกรอบเอาไว้กว้าง ๆ ครับ ไม่งั้นก็บริหารไม่ได้
มองชัดลึกลงไป การแพทย์ที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ก็เป็นเรื่องเก่าครับ แต่ยุคหนึ่งมันเริ่ม ๆ หายไปเป็นพาณิชย์กันมากสุดโต่ง ก็เลยต้องหาผู้มีอุดมการณ์กลับมาคิดปรับสังคมปรับบริบทให้มันดูสมดุลได้บ้าง
กรอบหนึ่งคือความเชื่อครับ อุดมการณ์ของแต่ละคน กรอบมากมายชนกัน หรือถูกรวมอยู่ในกรอบใหญ่อีกอันและหลายอัน จำเป็นต้องศึกษากรอบของคนอื่น ของสังคมอื่นบ้าง
สุดท้ายก็คือเราต้องมีความคิดให้ว่างอย่างที่คุณว่าน่ะครับ ปรับความคิดให้ว่างเพื่อรับสิ่งอื่นได้ และก็เพื่อรับได้เรื่อยๆ ไม่ติดว่า ต้องเป็นอันนี้ สิ่งนี้ มันยังมีอีก มีอีก ......
ขอบคุณครับ