เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่ามากค่ะน้องดา ยิ่งถ้าได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรและภาคส่วนอื่นๆ ในท้องถิ่นได้เข้าไปมีส่วนร่วม จะส่งผลต่อการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ดูจากประโยชน์ของถั่งเฉ้าแล้ว (ตรงประโยคเด่น น้องดาเขียนสะกดคำว่า "ถั่งเช่า" นะคะ) น่าจะเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจทั้งท่านสุภาพบุรุษและท่านสุภาพสตรี นะคะ พี่ชื่นชมและขอขอบคุณน้องดามากค่ะ ที่มีจิตวิญญาณของการเป็น "นักจัดการความรู้" ทำให้พี่ได้เรียนรู้เรื่องที่มีคุณค่าจากน้องดามากมาย
ที่อุบลฯ ก็มีศูนย์วิจัยหม่อนไหม และมีมหาวิทยาลัยอุบลฯ ที่ตามประวัติการก่อตั้งจะเน้นภารกิจด้านการวิจัยทางการเกษตรเป็นหลัก และมีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีคณะเกษตรศาสตร์ พี่ไม่เคยทราบหรือสืบค้นเลยว่า ศูนย์วิจัยหม่อนไหมที่อุบลฯ เขาวิจัยอะไรไว้บ้าง ตอนจัดงานเกษตรอีสานใต้ก็เห็นไปร่วมจัดแสดงนิทรรศการ แต่พี่ไม่ได้เข้าไปแวะชมเพราะเวลา 2 วันที่ได้ไปชมวันแรก 3 ชั่วโมง วันหลัง 7 ชั่วโมงดูได้ไม่กี่แห่ง
พี่เข้าไปอ่านบันทึกของน้องมะเดื่อที่เธอทิ้งท้ายไว้ว่า "...จะถามท่านผู้รู้ว่าเจ้าต้นหลายชื่อนี้....บุษบาริมทาง...มันคือต้นเดียวกันกับ..บาหยา..หรือไม่" และ "น้องดา" เข้ามาบอกว่า "ทำให้พี่ดาอยากทราบด้วยเลยว่าจริงๆ แล้วชื่อดอกอะไรแน่ คล้ายดอกช้องนาง และ อังกาบ หากทราบชื่อแน่นอนช่วยบอกพี่ดาด้วยนะคะ..."
ที่ "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" ของพี่มี "บุษบาริมทาง" และ "ช้องนาง" แต่ไม่มีอังกาบ พี่ไม่เห็นใครเข้ามาตอบข้อสงสัยของน้องทั้งสอง พี่ก็เลยสืบค้นและนำภาพ + คำบรรยายมาเฉลยนะคะ ว่า "ย่าหยากับบุษบาริมทาง" เป็นชนิดเดียวกัน และเป็นคนละชนิดกับ "อังกาบ" แต่ก็อยู่ในวงศ์เดียวกัน ส่วน "ช้องนาง"นั้น เป็นไม้ในตระกูลอื่น เพียงแต่มีรูปทรงดอกคล้ายกับบุษบาริมทางและอังกาบเท่านั้น ปกติเราจะเห็นช้องนางดอกสีม่วงคราม เลยเลือกช้องนางขาวและช้องนางลายที่เป็นไม้ใหม่มาให้ชม ถ้าพี่เจอววางขายต้องซื้อไปปลูกที่ฟาร์มแน่ๆ เพราะพี่มีหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อเบื้องต้นว่า "เป็นไม้ชนิดที่ยังไม่มีปลูกที่ฟาร์ม"
