ยามสุข ยามทุกข์ เรามักอิงสิ่งอื่น หยิบยื่นให้ .. แต่พื้นฐานที่ยิ่งใหญ่คือ ใจและกายของเราเอง ที่เรียกว่า "ชีวิต" สรรพสิ่งที่เราเป็น เรามี เรารู้สึก เพราะกาย ใจ เผยผ่อง นี่เอง .. ทั้งสอง มีคุณลักษณ์ที่ลึก ที่เรานึกไม่ถึง.. เพราะเราถือเอาแค่คำว่า "ชอบ ไม่ชอบ" เป็นมาตรตัดสิน ยามทุกข์ เราต้าน ยามสุขเราโต้..ยามท้อ เราอ่อนแอ ยามฮึกเหิม เรามีฝัน .. ที่เหนืออื่นใดนั้นคือ "ปัญญา" ที่เป็นที่เป็นคุณสมบัติแห่งประสบการณ์ชีวิตบนโลก ที่จะสอดส่องมองเนื้อใน มองใจของใจ มองกายในกาย ให้เห็นปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยง ตัวเราไปถึงจักรวาล..กาลเวลาคือ เครื่องชี้วัดว่า เราจะเข้าใจโลกแห่งกายนคร นี้อย่างไร "หลักธรรม" คือ กระจกหรือกุญแจที่จะไขสรรพสิ่ง ว่ามันสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเยี่ยงไร..ทบทวนกาลที่ผันผ่าน เหมือนเรากำลังเดินทางผ่านการกระทำในตัวเอง.. we are in ourselves by ourselves. จงเคารพ รู้คุณ อย่างรู้ค่าของกาลเวลาที่ผ่านไป เพราะเรามีกายและใจ คือ "พยาน" แห่งโลกของตัวตนในฐานะ "มนุษย์" ที่แท้จริงครับ

ขอบคุณครับ สำหรับข้อคิดดีๆ