จากที่ได้อ่าน บันทึก กระบวนการฟื้นพลังชีวิตวัยรุ่นซึมเศร้า ของอาจารย์ป๊อปแล้ว..
ดิฉันสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในอนาคตอันใกล้ ก็คือ การฝึกงานและอนาคตของการทำงาน
โดยเริ่มตั้งแต่การประเมินกิจกรรมบำบัดจิตสังคมทั้งก่อนและหลัง เพื่อให้สามารถตรวจสอบถึงผลของการบำบัดฟื้นฟูได้ ถ้าการประเมินพลังชีวิตในแต่ละครั้งเพิ่มขึ้น แสดงว่ากิจกรรมที่เราใช้เป็นสื่อในการรักษานั้นได้ผลดีต่อตัวผู้รับบริการ แต่ถ้าการประเมินนั้นลดลง เราควรคิดวิเคราะห์กิจกรรมใหม่เพื่อใช้เป็นสื่อในการรักษาต่อไป
ต่อมาเป็นการคิดออกแบบกิจกรรมที่ใช้ในการรักษาในผู้รับบริการที่มีภาวะซึมเศร้า หรือผู้รับบริการอื่น เรื่องของสัมพันธภาพทั้งระหว่างผู้รับบริการกับผู้บำบัด,ผู้รับบริการกับครอบครัวหรือผู้รับบริการด้วยกัน (ในกรณีที่จัดเป็นกิจกรรมกลุ่ม) เป็นเรื่องที่สำคัญอันดับแรก เพราะถ้าสัมพันธภาพไม่ดี ก็จะเป็นอุปสรรคหนึ่งในการรักษา ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินการรักษาเป็นไปได้ช้าขึ้น
ต่อมาเรื่องของแรงจูงใจ หรือ แรงบันดาลใจและความหวังก็สำคัญไม่แพ้กัน เหมือนกับคนเราทั่วไป ถ้าเรามีแรงบันดาลใจหรือความหวังให้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะมีโอกาสสำเร็จได้เร็วขึ้น
ต่อมาเป็นกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมการดำเนินชีวิต เพื่อฝึกทักษะการดำเนินชีวิตให้ผู้รับบริการ เพื่อที่จะสามารถดูแลตนเอง ช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด (Independent)
การทำกิจกรรมบำบัด จะต้องท้าทายความสามารถของผู้รับบริการขึ้นเรื่อยๆ ในกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ถึงเป้าหมายของการรักษา
ที่สำคัญและดิฉันชอบมากก็คือ การบำบัดฟื้นฟู ไม่จำเป็นต้องทำแต่ในคลีนิก หรือในโรงพยาบาล ยิ่งเราให้ผู้รับบริการได้ทำในสถานที่จริง สถานการณ์จริง ความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับไปดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเองยิ่งมีมากขึ้น
ขอบคุณอ.ป๊อปสำหรับกระบวนการฟื้นพลังชีวิตที่ดิฉันสามารถนำไปใช้ในการเป็นนักศึกษากิจกรรมบำบัดและการเป็นนักกิจกรรมบำบัดได้ตลอด และสามารถใช้ได้กับผู้รับบริการทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายเด็ก ฝ่ายกาย ฝ่ายผู้สูงอายุและฝ่ายจิต ^^