เคยเขียนไว้ยาวมากในบันทึกของคุณ man in flame แล้วค่ะว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่ามันไม่แน่ว่าจะทำให้พุทธศาสนาดีขึ้น แต่ที่แน่ๆและเห็นกันจะๆแล้วคือทำให้คนทะเลาะกัน
แต่ก็ agree to disagree นะคะ เข้าใจฝั่งที่เค้าอยากให้มีบัญญัติเป็นรายลักษณ์อักษร อย่างคุณ man in flame นี่ เราเห็นไม่เหมือนกันบ้าง แต่ก็คุยกันเป็นมิตรดี เรายอมรับความเห็นซึ่งกันและกันและ พยายามทำตามทางตัวเองให้ดีที่สุด
มัทสนใจศึกษาพุทธศาสนา แต่ก็สนใจศึกษาศาสนาอื่นด้วย อันนี้สถานการณ์บังคับเพราะแต่งกัับคาทอลิก แล้วพอมาแคนาดา ได้มีโอกาสศึกษา พูดคุยกับหลายคนมากที่มัทคิดว่าเค้าเข้าใจแก่นพุทธรรมทั้งๆที่นับถือศาสนาอื่น
มัทเชื่อว่าเราไม่ควรเถียงกันว่าทางไหนดีที่สุด
- เราจะปีนเขาให้ไปถึงยอดเหมือนกัน
- อย่ามามัวแต่เถียงว่าจะแต่งตัวอย่างไร
- ใส่เสื้อกล้ามด้านภูเขาด้านที่แดดส่อง
- ส่วนอีกด้านหนาวก็ต้องใส่เสื้อกันหนาว
To argue about the path is to miss the point. It's like climbing a mountain. The guy on the sunny side says it's best to wear a sleeveles T-shirt, the guy on the shady sides says you must wear a coat. - Siao Weija
แต่ไม่ได้แปลว่าห้ามคุยเรื่องการเมืองหรือศาสนานะคะ
มัทว่ายิ่งไม่คุยยิ่งปล่อยให้เลยเถิด แต่ต้องคุยแบบถอดฐานอย่างพี่ว่า
มัทอยากให้มี ขันติธรรม (tolerence) กันมากๆ
เรื่องการบำรุงพุทธศาสนา มัทว่าเราทำกันแบบ bottom-up ดีกวา top-down รอให้กฎ ให้ กรอบของรัฐมาสั่งให้เราทำ มันน่าจะให้ผลที่นานกว่าและไม่ใช่ผักชี?
ก็เหมือนกับการแก้ปัญหาอื่นๆแหละค่ะ