เพียงความพึงใจ ก็เป็นผลประโยชน์ของมนุษย์ได้แล้ว มิจำเป็นต้องมีเป้าหมายเป็นเงินทอง ทรัพย์ หรือทานรางวัลใดใด

นี่คือ needs ที่4 ที่ มาสโลว์กล่าวไว้. จากความพึงใจ มันสามารถพัฒนาไปสู่ความเชื่อ และ ความเชื่อ ก็แปรไปเป็นสินค้าและบริการได้

จากนั้น เมื่อมีปริมาณผู้เสพสินค้านั้นกันมากๆ ก็คือ กระแส โดยค่าบริการแรก คือ ความพึงใจ แต่เมื่อผู้เสพสินค้านั้น มีในกระเป๋ามากๆเขา

ปฎิบัติการ "ล้วงกระเป๋า" ก็สามารถหยิบได้ในทรัพย์ปริมาณมากเช่นกัน.

แค่คน1250 คน ในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์ สามารถนัดกันมาโดยมิต้องนัดหมาย ยังสามารถทำให้คนไทยเชื่อแบบนั้น ตอบแบบนั้น

และ ครูก็ให้คะแนนว่าตอบถูกซะด้วย(ตอบว่านัดกันคงไม่ได้คะแนน) หากพิจารณาตามเหตุและผลได้กันจริง. งานนั้น ตีพิมพ์ด้วย

ตรรกะที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ใช้กันมาถึงทุกวันนี้. หมอตุลย์ บอกว่า คนแค่ 50 กว่าคน มาพร้อมกันที่อนุสาวรีย์ มิได้นัดกันนะ

เขนาดผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน ยังไม่เชื่อเลยว่า "ไม่ได้นัดกันมา"