ยามเจ็บป่วยผู้ป่วยนอกจากทุกข์ทางกายแล้ว ยังมีความทุกข์ใจด้วยความวิตกกังวล หดหู่หวาดกลัวต่างๆ ฯลฯ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางร่ายกาย ทั้งยังต้องการกำลังใจ ความรัก ความเข้าใจ เอาใจใส่จากบุคคลากรทางการแพทย์ และครอบครัวอีกด้วยสภาวะเช่นนี้ภายในจิตใจผู้ป่วยจะรู้สึกเคว้งคว้างต้องการใครสักคนที่จะพิ่งพาได้ คนที่สามารถอยู่กับเขาในยามวิกฤต ดังนั้นการให้ “ความรัก ความเอาใจใส่ดูแล” จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการต่อสู้เผชิญทุกภัยต่างๆที่จะเข้ามา และอาจ “เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุด” ก็ว่าได้

แต่ช่วงเวลาเร่งด่วนในห้องฉุกเฉิน การรีบช่วยเหลือผู้ป่วยให้พ้นจากวิกฤตเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่ผู้ป่วยเท่านั้นที่ต้องการการดูแล ยังมีครอบครัวของผู้ป่วย (ที่รอคอยให้แพทย์ช่วยเหลือญาติของเขาด้วยความหวัง) อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ที่ต้องการแพทย์มาแจ้งข่าวสาร และให้คำแนะนำต่างๆเช่นเดียวกัน

ในขณะที่ปัญหาของการดูแลผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉิน นอกจากการขาดแคลนจำนวนแพทย์ฉุกเฉิน พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน และพนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ อีกปัญหาหนึ่งคือ ความแออัดของห้องฉุกเฉิน ทำให้ไม่สามารถดูแลจนเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้ป่วยทุกรายได้

“หมอรักทุกคนนะคะ แต่ขอให้รอสักหน่อยค่ะ หมอกำลังพยายามเต็มที่แล้วค่ะ”

ผู้ป่วยจากห้องตรวจทุกแห่งและทุกโรคในโรงพยาบาลสามารถถูกส่งตัวมารับการรักษา ณ ห้องฉุกเฉินได้ทั้งสิ้น เพราะห้องฉุกเฉินสามารถรักษาได้ทุกโรค แต่หลักการรักษาที่ห้องฉุกเฉินมุ่งเน้นการรักษาอาการผู้ป่วยที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันอันคร่าชีวิตของผู้ป่วยได้ในเวลาอันรวดเร็วเป็นสำคัญที่สุด การคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แพทย์ต้องรีบทำการรักษาพยาบาลโดยทันที แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงน้อยก็สามารถรอคอยให้แพทย์ทำการรักษาผู้ป่วยรายอื่นๆที่มีอาการรุนแรงมากกว่าให้เสร็จก่อนได้ ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาเบื้องต้นจนพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังคงต้องเฝ้าสักเกตอาการต่อเนื่องไปอีกสักระยะ หรือสังเกตอาการนานมากกว่า 6 ชั่วโมง หรืออยู่ระหว่างรอเตียงเพื่อรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลก็จะถูกนำมารอยังอีกพื้นที่หนึ่ง ทั้งนี้เพื่อลดสภาพความแออัดของห้องฉุกเฉิน สร้างความสบายใจ ลดความกดดัน ตรึงเครียดในการรักษาพยาบาของบุคลากรทางการแพทย์ผู้ให้การรักษา และผู้ป่วยผู้รอรับการรักษาอีกด้วย

การแพทย์แผนใหม่เห็นความตายเป็นปฏิปักษ์ต่อวิชาชีพแพทย์ ความตายของผู้ป่วยหมายถึงความล้มเหลวของแพทย์ ดังนั้นจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะเอาชนะความตายให้ได้ หรือหากทำไม่ได้ก็พยายามยืดชีวิตผู้ป่วยให้ได้นานที่สุด ในขณะที่การดูแลผู้ป่วย จิตใจผู้ป่วยก็ควรได้รับการเอาใจใส่ไม่น้อยไปกว่าร่างกาย โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ต้องการการรักษา และประคับประคองให้ผู้ป่วยฯ บรรลุวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างเจ็บปวดน้อยที่สุด และมีจิตที่เป็นกุศล หรือสงบมากที่สุด ซึ่งเรียกว่าการแพทย์แบบประคับประคอง / การดูแลแบบประคับประคองให้มีคุณภาพชิวิตที่ดีที่สุดจนวาระสุดท้าย โดยผู้อยู่รอบข้างมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ว่าเป็นญาติมิตร แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักบวช และนักปฏิบัติธรรมฯ แต่ท้ายที่สุด “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตใจของผู้ป่วย” ^@^

ขอบคุณบทความ พระไพศาล วิสาโล

ขอบคุณบทความ พญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง

http://www.errama.com/system/spaw2/uploads/files/noodle.pdf