ดนตรีโลกพุทธะ เริ่มตั้งแต่สมัย พระเจ้าอโศกมหาราช ที่มองเห็นดนตรีตั้งแต่ยุค ฟิวดัล ที่นักบวชสามารถเข้าครอบครอง ร่วมอาณาเขต ของกษัตริย์ มีผลชี้นำเหล่ากษัตริย์ด้วยการบรรเลงมายาคติให้กษัตริย์ฟัง แล้วกษัตริย์ หลงไปในมายาคติ ในสุนทรียะแห่งผลของดนตรี

พระเจ้าอโศก จึงมีกุสโลบายที่จะ ทำให้ นักบวช ไม่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ เลยเริ่มใส่ตัวโน๊ตต่างๆเข้าในตำรา. ตำราที่พระเจ้าอโศกเลือก สอดแทรกคือ ไตรปิฎก เพราะง่ายที่จะแทรกใส่ตัวโน๊ตที่ พระองค์ต้องการลงไปในนั้น เพราะ เจ้าของตำราเดิม ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีการเขียนตำรา ท่านจากไปหลายปีแล้วกว่าจะมีผู้ดำหริ รวบรวมเป็นตำราต้นทางแห่งเสียงดนตรีโลกพุทธะนั้น ท่านมิได้ลงนามหน้าปกว่ามาจากท่านด้วยซ้ำดนตรีที่แยบคายนั้น ยังใช้มาถึงทุกวันนี้ ในไตรปิฎก มีตัวโน๊ตต่างๆ มากมายหลายที่ ที่คือ ผลประโยชน์ของดนตรีที่แยบคายนั้น

แล้วจะนำมาลงให้อ่านเรื่อยๆนะ. และทุกวันนี้ จะมีการบรรเลงดนตรีนี้เสมอ ในเวาลาเช้า ที่ตลาดนัด จะมีการบรรเลงมายาแห่งดนตรี ให้เราชื่นชม เป็นคอนเสริท ที่มาบรรเลงกันโดยมิต้องนัดหมายไปแล้ว. ตลาดไหนมีอาหารอร่อย มีอาหารแปลก มีการให้ซองใส่เงินเยอะๆ มีคนทำผิดแล้วคิดว่าการฟังบรรเลงนั้นไถ่โทษให้ตนได้แถวนั้นเยอะๆ ก็จะไปบรรเลงที่นั่นกันหน้าตา.

แต่มีมาเฟียในคอนเสริทเกิดขึ้นมาแล้วมากมาย การแสดงดนตรีนั้นก็ยุ่งยากขึ้น เพราะ ต้องจ่ายค่าที่ ค่าทาง ค่าถิ่น กว่าจะแสดงคอนเสริทได้. แต่พวกนักดนตรีเขาเรียนรู้เองในระบบเหล่านั้น. ดนตรีพุทธะนี้ เกิดในอินเดีย แต่ไม่เติบโตในอินเดีย ทุกวันนี้ เดินเป็นสิบกิโลในอินเดีย ยังเล่นดนตรีนี้ไม่ได้เลย เพราะมีแต่ขอทานกับคนจน พวกนี้เขามีศิลปะนะ แต่ไม่มีเวลาฟังดนตรีนี้ เพราะ จนข้นแค้น ขอทานอยู่ ก็ไม่มีโอกาสฟังดนตรีนี้. แต่ประเทศไทย และ อินโดจีน เป็นแหล่งที่ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ดนตรีเช่นนี้ วามารถเนิบโตในภูมิภาคนี้ได้อย่างยั้งไม่อยู่ด้วยซ้ำ.

แล้วจะหาข้อมูลพวกเครื่องดนตรี พวกตัวโน๊ต พวกเพอคัชชั่น ของ ดนตรีพุทธะมาให้เพิ่มเติมภายหลังนะ หากพระเจ้าให้โอกาส