ผมต้องขอยืนยันนะครับว่า การลบความเห็นของบางท่านที่ผมกระทำลงไปไม่ได้ตั้งอยู่บนความหวาดกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ยืนอยู่บนหลักการที่ผมปฏิบัติแนวทางแห่งคำสอนของพระพุทธองค์ และหลักการเผยแผ่ศาสนาของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ในเรื่องนี้พระพุทธองค์ทรงปฏิบัติเป็นแนวทางเอาไว้เมื่อมีพระหนุ่มนักสงสัยผู้หมกมุ่นอยู่กับปัญหาอภิปรัชญาและความมีอยู่ของพระพรหม(พระเจ้า) นามว่ามาลุงกยบุตร เข้าไปคะยั้นคะยอขอคำตอบทางอภิปรัชญาเพื่อที่จะได้ถกเถียงปัญหากับพระองค์ พระองค์ทรงปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะว่าพระองค์กลัวหรือมีสติปัญญาสู้พระมาลุงกยะไม่ได้ แต่พระองค์เห็นว่าการโต้เถียงเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไร้สาระเปล่าประโยชน์และหาบทสรุปไม่ได้ และที่สำคัญไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือความทุกข์ พระองค์ทรงยกตัวอย่างว่า มีคนถูกยิงด้วยลูกศรแล้วเข้าไปหาแพทย์ สิ่งที่คนนั้นต้องทำคือขอให้แพทย์ถอนลูกศรและรักษาบาดแผลให้ ไม่ใช่ไปคะยั้นคะยอถามแพทย์ว่าใครเป็นผู้ยิงลูกศร หรือลูกศรทำมาจากอะไร เช่นเดียวกันปัญหาเฉพาะหน้าของมนุษย์คือความทุกข์ หน้าที่ของเราคือปฏิบัติตามคำสอนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทุกข์ ไม่ใช่มามัวถกเถียงกันอยู่ว่าคำสอนของศาสนาใดดีกว่ากัน หรือความคิดใคเฉียบแหลมกว่ากัน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องหาสาระประโยชน์ไม่ได้ และหาบทสรุปไม่ได้ ฉะนั้นผมจึงไม่ขอโต้ตอบกับเพื่อนต่างศาสนาเพราะผมยึดตามหลักการนี้ (โดยเฉพาะคุณที่ดูอาการจะหนักกว่าพระมาลุงกยบุตรอีก)
อีกประการหนึ่งเจตนารมณ์ของอาจารย์พุทธทาสภิกขุ คือ การสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนา การช่วยให้ศาสนิกของศาสนาทุกศาสนาเข้าถึงหัวใจแห่งศาสนาของตน และการใช้หลักคำสอนทางศาสนาดึงมนุษย์ออกมาจากบริโภคนิยมและวัตถุนิยม หวังว่าคงเข้าใจนะครับ