ผู้ที่มีโอกาส ได้อ่าน โอวาทจากผู้สร้างมนุษย์ (เตาร๊อด ซาบูร อิลยีล และ อัล-กุรอาน) มีโอกาสเข้าถึงเจตนารมณ์ของ ข้อความที่เป็นความจริงนั้น จะสามารถบริหารสิ่งใด ในหนทางแห่งสันติธรรมได้ แม้แต่ประเทศชาติ การบริหารนั้น ก็จะยากต่อการยกสะพานออกจากผู้มีพระคุณก่อนหน้า การเบ้าสู่อำนาจของตน เพราะพื้นฐานจากโอวาทนั้น จะกล่อมเกลาจิต จริต ผู้นั้น ได้ตามเจตนารมณ์ เพื่อเป็นมนุษย์ผู้ยากต่อการก่อความเสียหายต่อแผ่นดินที่ก้าวเข้ามา(ก้าวจาก มดลูกแม่เข้าแผ่นดินใดก็ตาม) เพราะ วัจนะของผู้ที่เขากตัญญู จะลั่นในทุกขณะของจิต(มีสมาธิ) เตือนเขาในกฎหมายของพระเจ้า ที่ไม่มีวันหมดอายุความ. ผู้จำนนต่อกฎบัญญัติ ของผู้ที่สามารถพิพากษาพ่อแม่เขาได้ มาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ยังพูดยังเดินไม่ได้นั้น ย่อมไม่ปล่อยให้พ่อแม่ถูกตำหนิ จากผู้พิพากษาผู้นั้นแน่ๆว่า ใยสอนสั่งลูกเนรคุณต่อประเทศชาติ ทุจริตต่อภาระหน้าที่ที่นำพาเขาไปกระทำ ไปรับผิดชอบภาระที่ได้มา.

ปรัชญาสันติธรรมนี้ เมื่อลูกกระทำสิ่งใดเสียหาย พ่อแม่ยะถูกบันทึกความผิด และเอาผิดจากกฎหมายของพระเจ้าไปด้วย นั่นคือความกตัญญูผูกพันเป็นภาระหน้าที่ต่อกันระหว่าลูก กับพ่อแม่อย่างเลื่อมโยงได้ชัดเจน พ่อแม่ก็ต่องไม่ปล่อยปละละเลยในภาระของตน ไม่นำเขาไปฝากไปฝังที่ใด ไม่เอาเขาไปแทงพนันเอาสวรรค์ที่ไหน มีภาระหน้าที่ต่อเขาอย่างเต็มสามารถ ลูก ก็ต่อรักษาบัญชีตนให้เป็น เมื่อเป็นแล้ว ก็จะรักษาบัญชีพ่อแม่เป็น กตัญญู ปกป้อง เหตุแห่งทุกข์ของพ่อแม่ในวันสอบสวน(พ่อแม่ทำดีก็หวังว่ากำไร แต่เปิดบัญชีออกมาขาดทุน อ้าว ก็ลูกท่านๆไง ทุกข์มั้ยละวันสอบสวนพิพากษานั้นน่ะ)

เอาแค่นี พอหอมปากหอมคอ บอให้เพียรสืบค้น ถ้าเยี่ยม และ ไม่ต้องถามๆๆๆๆใครเลย คือ ไปอ่านเอง อัล-กุรอาน ครับพี่น้อง

อย่าประณีประนอมกับสมองตนเองต่อไปว่า อ่านยาก อ่านไม่รู้เรื่อง เกินปัญญา ท่านจะปิดกั้นเสียโอกาส ผู้สร้างท่านจะนำทางท่านเอง เพียงศรัทธา