"คำพูดหัวหน้า..ช่วยพัฒนาตน คนและงาน" ผมชอบประโยคนี้ของ ผอ.มากเลยครับ เพราะที่ผมเจออยู่ คือ คำชมไม่เคยได้ยิน แต่คำตำหนิ เอาซะเราชินไปเลยครับ ทั้งที่คนทำงานก็คือเรา แต่ผมก็ไม่คิดมากหรอกครับ ถือซะว่า คำตำหนิ คือ ข้อบกพร่องที่เราต้องแก้ไขแล้วกันครับ >>> แต่ถ้าเราได้รับคำชมบ้างสักคำสองคำ คำปลอบมากกว่าคำตำหนิเมื่อเวลาเราผิดพลาด ให้เราสู้ใหม่อีกครั้ง มันก็น่าจะดียิ่งกว่า ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งขึ้นด้วย แต่ผมก็ไม่ท้อหรอกครับ เพราะเป้าหมายการทำงานของผม อยู่ที่ลูกๆ นักเรียนอยู่แล้ว ไม่ใช่อยู่ที่การทำผลงานเพื่อเอาใจหัวหน้า ถึงเราเหนื่อยก็ภูมิใจที่นักเรียนของเรามีความสุขครับ ว่างๆ ก็แวะเข้าไปเยี่ยมโรงเรียนผมได้นะครับ www.khonkaenwelfare.ac.th ผมชอบบทความของ ผอ.นะครับ แต่ละบทความอ่านแล้วมีสาระ ได้ความรู้ด้วย และที่ชอบกว่านั้นคือ ท่านคิดไม่ต่างกับผมเลย ในเรื่องระบบการศึกษาในสมัยปัจจุบัน ยิ่งอยู่นานยิ่งสงสารนักเรียนขึ้นไปทุกวัน สงสารประเทศชาติ กับระบบการศึกษาที่หวังแต่ภาพลักษณ์ มากกว่าคุณภาพของนักเรียนอย่างแท้จริง ทำบุญเอาหน้า ปลูกผักชีกันทั้งนั้น ผมขอยกประโยคนี้ของท่าน ผอ. ที่ชอบอีกประโยคมาแล้วกันนะครับ ตรงกับใจผมมากเลยจริงๆ "การสร้างเอกสาร ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ของกระบวนการประเมินแบบรวมมิตร ของ สมศ. และ งบประมาณมหาศาลกับการทดสอบทางการศึกษาของ สทศ. ป.๓ ป.๖ และม.๓ ที่ตกต่ำมา ๑๐ ปี แต่ไม่รู้เอาผลไปทำอะไร สอบกันได้ทุกปี หมดค่าออกข้อสอบ คนคุมสอบและค่าประมวลผล มากมาย" 555 สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย ได้แต่ภาพลักษณ์ แต่คุณภาพจริงๆ หาได้ที่ไหนกัน สมัยผมเรียนตอนเด็กๆ เพื่อนผมหลายคน ที่ถูกเรียกกันว่า "บักปึก" (โง่) ก็ยังสามารถเขียนหนังสือได้ อ่านหนังสือออก กันทุกคน เพียงแค่เรียนช้ากว่าเพื่อน สอบได้ที่ท้ายๆ ก็แค่นั้น ตอนนี้ก็เรียนจบกันสูงๆ มีงานทำดีๆ กันทั้งนั้น เพราะครูได้มีเวลาอยู่กับนักเรียนมากกว่าทุกวันนี้ ครูคอยฝึกอ่าน ฝึกเขียน ทบทวนบทเรียน จบไปพร้อมกับเพื่อนๆ ได้ แต่ทุกวันนี้ นักเรียนส่วนมากอ่านหนังสือแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะครูอยู่กับเอกสาร อยู่กับการประเมิน อยูกับการอบรม มากกว่าที่เคยเป็น ถ้าเป็นสมัยก่อน นักเรียนกลุ่มนี้คงอ่านเขียนกันได้หมดแล้ว จึงเป็นที่น่าเสียดาย และสงสารนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับผลจากการจัดการศึกษาแบบนี้ ขอโทษที่ต้องแสดงความคิดเห็นยาวแบบนี้นะครับ พอดีติดลมไปหน่อย 555