เมื่อเราทุกคน ที่เคารพรัก และ เชื่อฟังในคำสอนของพระพุทธเจ้า ปฎิบัติตามคำสั่งใช้และไม่ทำในข้อห้ามต่างๆ ที่ท่านสอนสั่งเสมอ.ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย หากเราตายไป รอการเปิดบัญชีสอบสวน. วันนั้น ส่วนหนึ่งของเราที่ร่วมกันเชื่อฟังคำสอน ของพระพุทธเจ้า ย่อมมุ่งหวังที่จะพบ พระพุทธเจ้าที่เราเคารพรักกัน หากพบ เรามีโอกาสถามคำถามหนึ่งว่า. พระพุทธเจ้าค่ะ ท่านห้ามกตัญญูต่อ ผู้ให้ออกซิเจนท่านหายใจ เมื่อครั้งดำรงชีวิตในโลกุตระหรือ ผู้นั้นที่ชาวโลกเขากล่าวกันว่า เป็นเจ้าเมืองธรรมชาติ แถมมีหลักฐานว่า ผู้นั้นคือผู้สร้างจรรโลง บริหารระบบธรรมชาติ จัดการกรรม และมอบสิ่งเสพต่างให้เราทุกคนด้วยปราณีเสมอ. หลักฐานนั้นก็มีมาก่อนท่านเข้าวงสังสารวัฎ หลายพันปีอีกด้วย. พระพุทธเจ้าทราบดีว่า นั่นคือ กตัญญูกตเวทิตาธรรม อันเป็นองค์ธรรมที่สำคัญ ท่านก็คงจะตอบว่า ใครไปห้ามท่านมีธรรมล่ะ. เอาล่ะซิครับพี่น้อง ใครที่เคยกตัญญูต่อพระเจ้าไปพลางๆ ไม่ปฎิเสธปิดกั้น หรือ ไม่เคยมีการก่อจิตที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณนั้นก็เบาสบายไร้ทุกข์. แต่ผู้ที่ปฎิเสธเนรคุณไปพลางๆ ก็มีเหตุแห่งทุกข์กังวลขึ้นมาข้อนึงแล้ว. หากจะดับเหตุแห่งทุกข์ในวันนั้น ก็สมควรที่จะกตัญญูไปพลางๆก่อน เพราะ สากลทั่วโลก เขาก็กตัญญูไปพลางๆ ทั้งๆที่ยังไม่พบรูป แต่เข้าถึงคุณค่าของนาม. อีกทั้งต้องเสพสิ่งต่างๆจากการสร้าง จากหลักฐานการเป็นเจ้าของที่มีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดหลายพันปีด้วยซ้ำ. กตัญญูกตเวทิตาธรรมนั้น ย่อมสามารถมี เพื่อความเท่าเทียมกันได้ เพียงแต่เราไม่ยอมผิดศีล5 ในข้อ ขโมย คือ ขโมยออกซิเจน เสพธรรมชาติ จากเจ้าเมืองธรรมชาติที่ทั่วโลก เขากตัญญูกัน อยู่ทุกนาที แล้วมีจิตเนรคุณ ไม่ขอบคุณให้ถึง ยอมปิดกั้นแค่เครื่องผลิต แต่ไม่ขอบคุณเจ้าของเครื่อง แถมไม่เพียรหลุดพ้นจากอาการขโมย ด้วยทางที่ง่าย คือ กตัญญูไปพลางๆ มีขันติธรรมรอ. มีปัญญาธรรมศึกษา มีสมาธิวิเคราะห์ มีศีลไม่มุสาว่า เสพ หรือ ไม่เสพ รับทราบหรือไม่รับทราบ. เพราะสากลเขาแจ้งชัดอยู่แล้ว. พระพุทธเจ้าท่านแนะนำให้ลองก่อน อย่าเพิ่งรีบเชื่อ หากใครมีพระเจ้าเป็นสิ่งปฎิเสธมานานจะกี่สิบปีก็ตาม ขอให้ลองมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู สัก ปีสองปี ก็ยังดี จะได้ไม่ใช่ ผู้ไม่เชื่อฟังคำแนะนำของพระพุทธเจ้า ไง.