ดร. พจนา แย้มนัยนา

 

ขอบคุณค่ะ

แต่พี่ก็ไม่แน่ใจว่าขนมหวานของไทยเราจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเบาหวานโดยตรงหรือไม่นะคะ แต่เข้าใจว่าหลังการเป็นเบาหวาน

อาจต้องงด หรือรับประทานบ้างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถของร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายว่าจะสามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างไร

นานเพียงไร น้ำตาลที่ทานเข้าไปไม่ว่าจะมาในรูปลักษณะใด อาจเป็นข้าว เป็นขนมปัง หรือแม้แต่ผักและผลไม้บางชนิดที่สามารถกลายร่างเป็นน้ำตาล

แต่ไม่สามารถเข้าไปทำงานในกระแสโลหิตได้ตามเวลาก็อาจสร้างปัญญาให้ร่างกาย

และเข้าใจว่าก่อให้เกิดปัญหากับเบาหวานของผู้เป็นเบาหวานแต่ละราย

และอาจเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของอวัยวะบางส่วนของร่างกายที่ทำงานขาดประสิทธิภาพเนื่องจากได้ของไม่ไม่ดีมาใช้ 

อวัยวะที่เกี่ยวข้องในระบบ จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด  และจะให้เสื่อมช้าๆ นั้นจะดูแล จะทำอย่างไร

พี่เองก็อยู่กับเบาหวานมานานหลายปีโดยไม่พึ่งยาฝรั่งนะคะ ตรวจเช็คสภาพร่างกาย ทั้งน้ำตาล ตับ จิตใจ จิตวิญญาณ สิ่งแวดล้อม

และใช้ชีวิตแบบวิถีธรรม วิถีพุทธ การออกกำลังกายและกินผักหญ้าเพื่อต้านทานความเสื่อมของการทำงานของร่างกาย

ตั้งใจว่าอย่างน้อยก็เลื่อนระยะเวลาของการใช้ยาสมัยใหม่ไปได้อาจไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

และเพื่อต่อต้านการกินยาทันทีโดยไม่ให้โอกาสร่างกายได้ ฟื้นสภาพด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันด้านอาหารและยา

และการออกกำลังกาย รวมทั้งการบริหารจิตใจก่อนหันมาพึ่งยาฝรั่ง ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องสร้างวินัยในตนเองให้เกิดขึ้น อย่าตามใจจิตใจ ตามใจปาก

ต่อเมื่อร่างกายดีขึ้นแข็งแรงขึ้นก็ให้รางวัลตัวเองบ้างเล็กน้อย แบบพอดีๆ ไม่เว่อร์ ไม่มากเกินไป ไม่งั้นต้องมาเริ่มต้นใหม่

การให้ยารักษาทันทีในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำตาลสูงในระดับต้นๆ จึงน่าจะได้หันมาให้ความรู้ภาคปฏิบัติ ติดตาม สร้างวินัย

ปลุกกระแสให้ผู้ป่วย และยังไม่ป่วยหันมาใช้วิถีธรรมชาติดูแลสุขภาพจะดีกว่าใช้วิธีลัดให้ยา เพราะถ้าผู้ป่วยไม่มีวินัยที่จะดูแลตนเอง

ขาดความตระหนักในตนเอง ไม่มีความรับผิดชอบต่อตนเองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐอย่างเดียว

รังแต่จะก่อเหตไม่ดีหลายประการตามมาให้มีความเสื่อมสังคมได้

 ขอบคุณค่ะ