ก่อนอื่นผมขอชมคุณอีกครั้งนะครับ คิดว่าเป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งก่อนชื่อ daydevil หรืออะไรทำนองนี้แหละ คือชมว่า เป็นการนำเสนอที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมาก และลึกซึ้งมาก คราวนี้ผมคิดอย่างนี้ครับ
Analog to digital ---- (รับรู้) ผมคิดว่าน่าจะเป็น = รับ, แต่ "ไม่เท่ากับ รับรู้" ซึ่งมีนัยของ "ความรู้สึก"รับรู้ แฝงอยู่ด้วย
CPU ประมวลผล ---- (ชอบ - ไม่ชอบ), ผมคิดว่าน่าจะเป็น "ไม่เท่ากับ ชอบ - ไม่ชอบ"
Output --- อารมณ์, ควรเป็น "ไม่เท่ากับ - อารมณ์"
รับรู้ (คลื่นความถี่ไฟฟ้า) "ไม่เท่ากับ" คลื่นความถี่ไฟฟ้า
นิพพาน >> ที่เป็นทั้งผู้"รู้" ผู้ "ตื่น" และผู้"เบิกบาน"
ผมคิดว่า "นิพพาน" >> เป็นผู้"รู้" เรื่องของ "กิเลสและกองทุกข์" จึงได้ "ดับ"มันเสีย จึงเป็นผู้"ตื่น" เนื่องจากไม่หลับอยู่ในกองกิเลสและกองทุกข์อีกต่อไป (ในขณะที่คนอื่นยังหลับไหลอยู่กันมัน) แต่เป็นผู้ "เบิกบาน" นี่ซี น่าสงสัย? เพราะมันมีนัยของ"ความพอใจ,ดีใจ" เจือปนอยู่ ซึ่งกระเดียดไปทางมีอารมณ์ไม่มากก็น้อยครับ
อันที่จริง เรื่องของ Artificial Intelligence หรือ "ปัญญาเทียม"นี้ เกิดมีขึ้นหลังจากเรามีคอมพิวเตอร์ใชกันแล้ว และผู้คิดใช้ก็มีแนวคิดกระเดียดไปทาง Materialism จึงคิดว่า "จิต"ของมนุษย์(Human Mind) นั้น ที่แท้ก็คือสมอง(วัตถุ)นั่นเอง หาใช่ "อวัตถุ" หรือ "อสสาร"ใดๆไม่ ถ้าเช่นนั้น กระบวนการคิดของมัน"จะต้องเป็นแบบเครื่องจักรกล" ว่าแล้วก็ตั้งโจทย์ทางคณิตศาสตร์ให้มันคิด และ "สกดรอยกระบวนการคิด"ของมันไปอย่างกระชั้นชิด ก็พบว่า "เครื่องจักรกับสมองคิดด้วยกระบวนการที่คล้ายกัน !! " ก็ฮือฮากันหลายสิบปีมาแล้ว
แต่ --- สมอง"มีความรู้สึก"ว่ามันกำลังคิดอยู่ !! ในขณะที่คอมพิวเตอร์ "ไม่มีความรู้สึก"นั้นเลย !!
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว