ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่าน ผอ. กล่าวถึงใคร ๆก็รู้แต่ก็ไม่เห็นมีการแก้ไข เดือนนี้ก็จะได้เห็นการอบรมสัมนาในโรงแรมหรู และการไปศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศกันอย่างคึกคักเช่นเคย เคยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งสมัย รมต. สุขวิช เพราะปีนั้นเศรษฐกิจแย่มาก อยู่ในช่วงกู้ ไอเอ็มอส สั่งห้ามหมดการจัดประชุม อบรมในโรงแรม การไปต่างประเทศ GD เองจำได้เพราะโดนกับตัวเอง เตรียมตัวเดินทางเรียบร้อยจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม 15 คนไปอบรมเรื่องการวางแผนการศึกษาที่ออสเตรเลียด้วยเงินกู้ธนาคารโลก ตั๋วเครื่องบินพร้อม กว่าจะเซ็นต์ไม่อนุมัติให้เดินทางก็เย็นค่ำ ทุกคนต้องเดินทางกลับที่ตั้ง ขนาดนั้น ปีนั้นเงียบไปหมด ผู้ประกอบการโรงแรมโอดครวญอย่างหนักเพราะขาดลูกค้าสำคัญ ปีต่อมาก็หมือนเดิมยอมแพ้ธุรกิจ

เรื่องอบรมต่าง ๆต้องทบทวนอย่างจริงจัง หลักง่าย ๆวิธีการที่พิสูจน์แล้วไม่ได้ผล ก็เลิกเสีย มองหาวิธีที่ดีกว่า ประหยัดกว่า คุ้มค่ากว่า

ใคร ๆก็โทษนักการเมืองว่าเปลี่ยนบ่อย ไม่เก่งพอ ความจริงวิธีในรายละเอียดมันอยู่ในมือเราทุกคนใน ศธ. ในรร. ในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษา นักการเมืองมาในเรื่องนโยบาย แต่แผนงาน โครงการ และการดำเนินงานมาจากผู้ปฏิบัติ ทำไมจึงทำซ้ำซากจำเจ ทั้ง ๆที่คาดเดาผลที่จะได้รับได้

 

ถ้าคนระดับ ผอ. ตระหนักก็น่าจะร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็เข้าใจได้ว่าการเมืองภายในองค์กรอาจทำอะไรได่ไม่มากนัก

ก็น่าเศร้ากับการศึกษาของชาติเรา

อย่างไรก็ตาม ทั้ง ๆที่การศึกษาเราถูกประเมินว่าคุณภาพรั้งท้าย แต่ระดับการพัฒนาประเทศ ระดับการแข่งขันของประเทศไทยไม่ได้แย่เกินไป เราอยู่อันดับที่ 38 ปีนี้สูงขึ้น 1 อันดับจากปีที่แล้ว เป็นรองก็แค่สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน (พลเมืองน้อยกว่าเรามาก การปกครองประชาธิปไตยแบบเผด็จการนิด ๆ รวยกว่าแน่นอน แต่งบต่อหัวใน กศ. อาจไม่มากกว่าเรา ) อันดับ 38 จากประเทศที่นำมาจัดอันดับเปรียบเทียบ 144 ประเทศ สูงกว่าอีกร้อยกว่าประเทศ (ก็น่าจะพอใจระดับหนึ่ง) แสดงว่าเราเก่งพอควร ทั้ง ๆที่คอรัปชั่นสูง การศึกษา(เขาว่า)อ่อนด้อย เป็นไปได้ที่คุณภาพที่เรายอมรับเขาไม่ได้วัด ฤาจะไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา กับ ระดับความเจริญ (กำลังศึกษาจากรายงานว่าเขาดูตัวชี้วัดใดจึงสรุปว่าเราแย่กว่ากัมพูชา แต่ที่แน่ ๆเขาจัดกลุ่มระดับการพัฒนาประเทศเป็น 5 กลุ่ม กัมพูชาอยู่กลุ่มที่ 1 ต่ำสุด เราอยู่กลุ่มที่ 3 สิงคโปร์อยู่กลุ่มที่ 5 สูงสุด มาเลเซียอยู่กลุ่มที่ 4 ผู้เขียนบอกว่าแต่ละกลุ่มพิจารณาจากตัวชี้วัดที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด ยังอ่านไม่จบ)