จากการศึกษาพบว่า
“หัวเข็มขัด” พบว่าภูมิปัญญาหัวเข็มขัดงาช้างเป็นภูมิปัญญาของจังหวัดอุทัยธานีโดยเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกนมาช้านานซึ่งตั้งเดิมทามีดและพัฒนาเป็นหัวเข็มขัดงาช้าง
ในอดีตชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในเมืองอุทัยฯได้ลักลอบทำปืนเถื่อนเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลประกาศให้ผู้มีปืนในครอบครองต้องเอาปืนไปขึ้นตั๋ว หรือ ขึ้นทะเบียน ทำให้ผู้คนทั่วประเทศต่างมุ่งมาที่อุทัยธานีเพื่อหาซื้อปืนเถื่อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วงนั้นถือว่าเป็นยุคทองของเหล่าช่างทำปืนเถื่อนเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ในปี พ.ศ.2519-2520 ทางการก็ได้ประกาศปราบปรามปืนเถื่อน และได้ทำการล้างบางอย่างหนักทั้งทางบกและทางอากาศโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่จับ พวกทำปืนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ในขณะที่ช่างแขกได้เล่าว่าเขาเองก็ต้องโดดหนีลงแม่น้ำสะแกกรังว่ายข้ามฝั่งเกือบแย่ หลังจากนั้นอาชีพทำปืนเถื่อนในอุทัยฯก็ค่อยๆหมดไป
ปี พ.ศ.2520 หลังจากปราบปรามปืนเถื่อนแล้ว สมเด็จย่าได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนและได้ทรงดำริให้ช่างปืนเถื่อนทั้งหลายเปลี่ยนอาชีพมาทำกรรไกรแทน และได้ทรงจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพทำกรรไกรขึ้น
จากนั้นมาตำนานปืนเถื่อนเมืองอุทัยจึงได้ปิดฉากลง พร้อมๆกับตำนานใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากการทำกรรไกร ช่างหลายคนแตกแขนงออกมาทำหัวเข็มขัด และมีด ซึ่งช่างแขกได้เล่าถึงสาเหตุที่ตนหันมาทำมีดจากนั้นจึงได้ทำหัวเข็มขัด

สมาชิกในกลุ่ม
1.นายไทนสิริ กองมี เลขที่ 4
2.นายธนพล สุดสะอาด เลขที่ 5
3.นายธนยง กลิ่นจุ้ย เลขที่ 6
4.นายสุวิทย์ ภู่ไหมพรม เลขที่ 15
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5