รู้จักกับกองโจรในการก่อความไม่สงบ[1]

 

วันศุกร์ที่ 02 ธันวาคม พ.ศ.2548

แก้ไขโดยทอทหาร                    เรื่องของการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นคิดว่าเป็นประเด็นที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติ การดำเนินการต่าง ๆในปัจจุบันซึ่งล้วนแต่มีความรุนแรงนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมาจากการปฏิบัติการของกองโจรที่ได้รับการฝึกและปลูกฝังอุดมการณ์/ความเชื่อมาเป็นอย่างดีผมขอถือโอกาสนี้นำเรื่องของกองโจรมาเล่าสู่กันฟังครับ <p style="margin: 0cm 0cm 3.75pt" class="MsoNormal">

                สำหรับกองโจรตามคู่มือราชการสนามว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบพ.ศ.2540 (รส.100-20) ได้กล่าวถึงพื้นที่ปฏิบัติการของกองโจร โดยแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ดังนี้</p>
  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
                - พื้นที่ในการควบคุมของกองโจร: พื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ที่ตั้งกองบัญชาการ ค่ายพักและฐานของกองโจรกองโจรจะทำการต้านทานกำลังฝ่ายปราบปรามอย่างเหนียวแน่นไม่ยอมให้เข้าไปในพื้นที่ </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
                - พื้นที่ช่วงชิง:เป็นพื้นที่หลักในการรุกของกองโจร เพื่อทำการขยายพื้นที่ในการควบคุมให้เพิ่มขึ้นกองโจรอาจจะยอมให้ฝ่ายปราบปรามเข้าไปในพื้นที่ได้โดยทำการขัดขวางแทนการต้านทานอย่างเหนียวแน่น</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
                - พื้นที่ในความควบคุมของรัฐบาล:ในพื้นที่นี้รัฐบาลเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ การปฏิบัติของกองโจรจะทำได้คือการเข้าตีโฉบฉวย การซุ่มโจมตีขนาดเล็ก การซุ่มยิง และการวางระเบิดและมีความเป็นไปได้ที่มีการดำเนินการด้วยกำลังขนาดใหญ่นอกจากนี้กองโจรยังสามารถปฏิบัติการแบบอื่น ๆ ได้แก่ ปฏิบัติการลับ เช่นการบ่อนทำลาย การจารกรรม การปฏิบัติการจิตวิทยา การก่อการร้าย การก่อวินาศกรรมฯลฯ</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                ในการดำเนินงานนั้นกองโจรมักจะนิยมแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการทั้ง 3 พื้นที่ให้เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก และแบ่งมอบให้ชุดกองโจรเข้าปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธีปฏิบัติการทางจิตวิทยา การควบคุม การเก็บค่าคุ้มครอง หาอาหารและสิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆที่จำเป็น ใน รส.100-20 พ.ศ.2540 ได้กล่าวถึงการที่กองโจรแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการตามเขตการปกครองของรัฐและรวมไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลเงาในรูปของคณะกรรมการปลดปล่อยเข้าบริหารงานทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อโอกาสอำนวย ความจริงแล้ว รส.100-20 พ.ศ.2540 จะเป็นเอกสารที่ออกมาใช้สำหรับการปราบปราม ผกค.เป็นหลักซึ่งเป็นสถาการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง หรือที่เรียกว่าสงครามเย็นแต่เหตุการณ์การก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสถานการณ์ที่มีรากของปัญหาที่มาจากปัญหาทางสังคม/จิตวิทยามากกว่าอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างในช่วงการต่อสู้กับ ผกค. </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                การกระจายกำลังตามแนวคิดใน รส.100-20 พ.ศ.2540 นั้นกองโจรจะกระจายกำลังในพื้นที่ปฏิบัติการต่าง ๆ ด้วยความอ่อนตัวสูงเพื่อเป็นมาตรการในการรักษาความปลอดภัยและต่อต้านข่าวกรองกองโจรมักจะเคลื่อนที่อยู่เสมอแต่ถ้าพิจารณาการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วกองโจรจะไม่เคลื่อนที่แต่จะอาศัยปะปนไปกับชาวบ้านในพื้นที่ดำเนินชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                การปฏิบัติทางยุทธวิธีของกองโจร นั้นในช่วงแรกของการปฏิบัติการจะดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในขอบเขตจำกัดมีขนาดเล็ก และเมื่อกองโจรได้รับการพัฒนาในด้านการจัดและการฝึกรวมถึงการมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกองโจรจะขยายการดำเนินการให้มีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งกรณีนี้ต้องใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                การปฏิบัติการของกองโจรจะเป็นการดำเนินการที่ต้องใช้เวลาใช้ยุทธวิธีที่มีลักษณะการจู่โจมอย่างรุนแรงในระยะสั้น ๆ แล้วถอนตัวอย่างรวดเร็วโดยส่วนใหญ่แล้วกองโจรจะใช้การเข้าตีโฉบฉวยและการซุ่มโจมตีเป็นหลักโดยปกติจะไม่ทำการยึดที่หมายเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับกำลังกองหนุนขนาดใหญ่ของฝ่ายปราบปรามแต่บางครั้งในการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นกองโจรจะเข้ายึดที่หมายเพื่อยั่วยุและลวงให้ฝ่ายปราบปรามเข้าตีต่อที่หมายเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามของฝ่ายรัฐบาล </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                สำหรับกองโจรนั้นจะมีลักษณะของการปฏิบัติการทางยุทธวิธีดังนี้</p>
<ul>

  • โจมตีต่อที่หมายล่อแหลมด้วยกำลังที่เหนือกว่า
  • หลีกเลี่ยงการเข้าปะทะโดยตรงอย่างแตกหักกับกำลังปราบปรามที่เหนือกว่า
  • ทำการรวมกำลังอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าปฏิบัติการแล้วกระจายกำลังออกเพื่อหลีกเลี่ยงการโต้ตอบ
  • ปะปนอยู่กับประชาชน 
  •  ดำรงความริเริ่มอยู่เสมอ
  • ดำเนินกลยุทธ์เพื่อจู่โจมกำลังปราบปรามกองโจรโดยอาศัยข่าวกรองที่ถูกต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด 

                   
    กองโจรจะดำเนินการก่อความไม่สงบโดยการปฏิบัติการทางยุทธวิธีดังต่อไปนี้
  • </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    1. การใช้วิธีการก่อการร้าย (Terrorism) เทคนิคการก่อการร้ายถ้านำมาใช้กับสถานการณ์ที่เหมาะสมแล้วจะสามารถช่วยให้กองโจรบรรลุเป้าหมายได้โดยเทคนิคที่นำมาใช้ ได้แก่ การวางระเบิด การลอบสังหาร การลักพาตัว การขู่ขวัญการทรมาน การฆาตกรรม และการข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับ (Black Mail) เทคนิคเหล่านี้จะเป็นเทคนิคที่กองโจรจะนำมาใช้ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางอ้อมในการบีบบังคับ ในการกระตุ้น ยั่วยุ และในการคุกคาม โดยการบีบบังคับจะนำมาใช้ชักจูงบุคคลให้กระทำการที่เป็นประโยชน์ต่อกองโจร เช่นการก่อการร้ายจะทำให้ผู้ว่าราชการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกองโจรสำหรับการกระต้านยั่วยุเป็นการดำเนินการที่ต้องการให้ฝ่ายรัฐบาลเข้าปราบปรามด้วยความรุนแรงเพื่อให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจและเอาใจออกห่างจากรัฐบาล โดยมีเป้าหมายคือกำลังทหารของรัฐบาล และผู้นำ หรือ ตำรวจส่วนการคุกคามจะใช้เพื่อก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับบุคคล ครอบครัว เพื่อนทำให้ประชาชนไม่กล้าให้ความร่วมมือกับฝ่ายรัฐบาล</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    2. การรบกวน (Harassment): ในการรบกวนกองโจรมักจะดำเนินการโดย การซุ่มโจมตีตีโฉบฉวย การเข้าตีด้วยกำลังขนาดเล็ก การปฏิบัติต่อเส้นทางคมนาคม ฯลฯการรบกวนเป็นการดำเนินการที่ฝ่ายกองโจรทำให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งรับหมดโอกาสที่จะเป็นฝ่ายรุกและเปิดโอกาสให้กองโจรสามารถขยายตัวจนสามารถขยายการปฏิบัติไปเป็นการปฏิบัติการรบด้วยยุทธวิธีของสงครามตามแบบ </p>


                   
    - การซุ่มโจมตีจะเป็นการรบกวนที่กองโจรนิยมใช้กองโจรจะอาศัยพื้นฐานของการข่าวกรองที่ดี การวางแผนด้วยความละเอียดและการปฏิบัติด้วยการจู่โจมการดำเนินการซุ่มโจมตีจะมุ่งกระทำต่อขบวนทหารและขบวนส่งกำลัง พื้นที่ทิ้งของพื้นที่ส่งลงทางอากาศ พื้นที่ช่องทางบังคับในพื้นที่ป่าภูเขาเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการซุ่มโจมตีโดยการซุ่มโจมตีสามารกระทำได้ทั้งในที่โล่งโดยอาศัยพื้นที่สูงข่ม การซ่อนพรางการโจมตีจะกระทำในระยะประชิดเพื่อให้เกิดผลทางด้านการข่มขวัญอาจใช้อาวุธยิงคลุมในทางลึก หรือใช้ปืนลูกซอง ลูกระบิดขว้าง และเครื่องยิงลูกระเบิดมักใช้เครื่องปิดกั้นถนน (ในปัจจุบันนิยมใช้ เรือใบ) การระเบิดทำลาย ทุ่นระเบิดเพื่อหยุดขบวนยายพาหนะ ณ พื้นที่ซุ่มโจมตีที่ต้องการกำลังซุ่มโจมตีจะวางตัวอย่างสงบเงียบรอเวลาให้ส่วนเคลื่อนที่นำขนาดเล็กเคลื่อนที่ผ่านจุดซุ่มโจมตีไปก่อนโดยกองโจรจะแบ่งกำลังส่วนหนึ่งรอส่วนเคลื่อนที่นำบริเวณหน้าจุดซุ่มโจมตีและเมื่อกำลังส่วนใหญ่ของฝ่ายรัฐบาลเคลื่อนที่ผ่านเข้าจุดซุ่มโจมตีเต็มขบวนกองโจรจะ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ส่งสัญญาณให้กำลังที่อยู่ด้านหน้าหยุดขบวน เพื่อเปิดฉากการโจมตีหากกองโจรสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ก็จะทำการยึดอาวุธยุทโธปกรณ์แล้วทำการถอนตัวอย่างรวดเร็วถ้ากองโจรไม่มีความเข้มแข็งพอที่จะทำลายกำลังฝ่ายปราบปรามกองโจรจะส่งสัญญาณยุดการโจมตี แล้วถอนตัวจากจุดซุ่มโจมตีภายใต้การระวังป้องกันของส่วนที่แยกไว้ระวังป้องกันกองโจรมักถอนตัวแยกกันออกหลายทิศทางเพื่อให้การไล่ติดตามเกิดความสับสน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
                   
                    - การตีโฉบฉวยเป็นการปฏิบัติที่มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายที่ตั้งหรือยึดอาวุธยุทธภัณฑ์ หรือ สิ่งอุปกรณ์นอกจากนี้ยังรวมถึงทำการรบกวนและทำลายขวัญกำลังฝ่ายปราบปรามด้วยการฆ่าหรือจับเป็นเชลยการเตรียมการของการตีโฉบฉวยนั้นมีต้องอาศัยการหาข่าวอย่างสมบูรณ์วางแผนอย่างละเอียด มีการซักซ้อมก่อนปฏิบัติการเมื่อปฏิบัติการจะปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว รุนแรง และจู่โจมการเคลื่อนที่เข้าสู่ที่หมายมักจะกระทำในตอนกลางคืน มีการจัดกำลังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนกำจัดยาม ส่วนโจมตี และส่วนกำบังการถอนตัวโดยการปฏิบัติการนั้นจะเริ่มจากส่วนกำจัดยามจะหาทางกำจัดยามด้วยอาวุธที่ไม่ทำให้เกิดเสียงแล้วส่งสัญญาณให้ส่วนโจมตีเข้าปฏิบัติการโดยการเข้าสังหารหรือ จับเป็นเชลยทำลายหรือยึดยุทธภัณฑ์และสิ่งอุปกรณ์แล้วถอนตัวอย่างรวดเร็วภายใต้การกำบังของส่วนกำบัง</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    - การปฏิบัติต่อเส้นทางคมนาคมกำลังของกองโจรอาจจะโจมตีต่อเส้นทางคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขัดขวางรบกวน รั้งหน่วง การเคลื่อนย้ายตามเส้นทางของกำลังฝ่ายปราบปรามกองโจรจะดำเนินการโดยการระเบิดสะพาน ล้มต้นไม้ ใช้ทุ่นระเบิดทำลายถนนและรวมไปถึงการโรยเรือใบ การปฏิบัติต่อเส้นทางคมนาคมนั้นบางครั้งจะดำเนินการสนับสนุนการเข้าซุ่มโจมตี หรือการตีโฉบฉวยเพื่อสกัดกันกำลังกองหนุนของกำลังฝ่ายปราบปรามและช่วยให้กองโจรเคลื่อนที่หลบหนีได้ง่าย</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    3. การเข้าตีด้วยกำลังการปฏิบัติการในลักษณะนี้กองโจรจะกระทำเมื่อกองโจรมีการจัดตั้งเป็นหน่วยหรือรวบรวมกำลังกองโจรได้จำนวนมากโดยกำลังของกองโจรที่รวบรวมได้จะได้รับการฝึกการใช้อาวุธมาเป็นอย่างดีการปฏิบัติการนี้จะเข้าตีต่อหน่วยทหารที่อยู่โดดเดี่ยว หรือไม่โดดเดี่ยวก็จะใช้การปฏิบัติอื่น ๆ เสริมเช่น การปฏิบัติต่อเส้นทางคมนาคมเพื่อแบ่งแยกหน่วยทหารที่ต้องการเข้าตีออกจาหน่วยอื่น ๆตัวอย่างของการปฏิบัติลักษณะนี้คือ กรณีของการปล้นปืนของกองพันทหารพัฒนาที่</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    4. การรบด้วยวิธีรับโดยปกติแล้วกองโจรจะไม่ทำการตั้งรับเพราะกำลังกองโจรมีขนาดเล็กและไม่มีอาวุธหนักสนับสนุนและกองโจรเองมักจะไม่เข้ายึดรักษาภูมิประเทศแต่มีบางครั้งกองโจรอาจจะต้องทำการตั้งรับกองโจรจะต้องเลือกพื้นที่ที่ได้เปรียบต่อกำลังฝ่ายปราบปรามและถ้ากองโจรถูกปิดล้อมกองโจรจะพยายามตีฝ่าวงล้อม ณจุดใดจุดหนึ่งหรืออาจจะสลายกองโจรแล้วแทรกซึมออกเป็นรายบุคคลหากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้กองโจรจะทำการหลบซ่อนหรือปะปนกับประชาชน </p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    หลังจากทราบถึงยุทธวิธีที่กองโจรใช้แล้วการควบคุมประชาชนของกองโจรก็เป็นอีกวิธีการที่กองโจรใช้ในการก่อความไม่สงบเพราะกองโจรจะต้องพยายามควบคุมประชาชน ทั้งร่างกายและจิตใจและทางการเมืองโดยการควบคุมประชนกองโจรจะใช้ข่ายงานของผู้นำในท้องถิ่นที่ได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์มาแล้วเป็นอย่างดีผู้ที่เป็นผู้นำจะดำเนินการโดยเปิดเผยหรือปิดลับก็ได้ฝ่ายก่อความไม่สงบจะพยายามดำเนินการทุกวิถีทางโดยการปลูกฝังอุดมการณ์ให้ทุกคนมีความรู้สึกร่วมและสนับสนุนการปฏิบัติต่าง ๆของกลุ่มก่อความไม่สงบ สำหรับมาตรการที่ใช้ในการควบคุมประชาชนคือการจัดตั้งมวลชนขึ้นในท้องถิ่นภายใต้การควบคุมและการกำกับดูแลของแกนนำที่ฝังตัวไว้ในองค์กรมวลชนนั้นๆ นอกจากนี้ฝ่ายก่อความไม่สงบยังใช้มาตรการควบคุมทางจิตใจด้วยการโฆษณาชวนเชื่อหรือข่มขู่และก่อการร้ายต่อบุคคลและชุมชนที่ไม่ไห้ความร่วมมือเกิดความหวาดกลัว</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    กำลังฝ่ายก่อความไม่สงบจะมีระมัดระวังไม่ให้กำลังของฝ่ายตนเองแปรพักตร์ หรือจารชนจากกำลังฝ่ายปราบปราม หรือผู้ที่เป็นสายข่าวของกำลังฝ่ายปราบปรามโดยเฝ้าสอดส่องตรวจตราและจะรายงานบุคคลที่ต้องสงสัยให้กับผู้ที่สนับสนุนการก่อความไม่สงบ </p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    ฝ่ายก่อความไม่สงบจะดำเนินการเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ การบ่อนทำลายและยุยงให้เกิดความเกลียดชังต่อกำลังฝ่ายปราบปราม กองโจรจะทำการควบคุมอย่างใกล้ชิดและมักจะสั่งห้ามไม่ให้ร่วมมือกับฝ่ายปราบปรามหรือมีนโยบายบีบบังคับให้ประชาชนดำเนินการภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดถ้าประชาชนคนใดไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกลงโทษหรือฆ่าวิธีการที่ทารุณโหดร้ายเพื่อสร้างอิทธิพลที่เหนือกว่านอกจากฝ่ายก่อความไม่สงบอาจจะดำเนินการยึดบุคคลที่มีชื่อเสียงในชุมชนไว้เป็นตัวประกันเพื่อบังคับให้ประชาชนร่วมมือแก่ฝ่ายก่อความไม่สงบอีกด้วย</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    ส่วนชุมชนที่ไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายก่อความไม่สงบหรือไปเข้ากับฝ่ายรัฐบาลจะถูกลงโทษด้วยการทำลายทรัพย์สิน การแย่งชิงเสบียง การปิดกั้นไม่ให้ขนอาหารระเบิดทำลายย่านชุมชน ศูนย์การคมนามคม หรือสถานที่ราชการ การวางเพลิงหรือการสังหารเจ้าหน้าที่หรือทหารของฝ่ายรัฐบาลแล้วไปทิ้งไว้ในชุมชนที่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาลเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและเป็นที่สงสัยจากฝ่ายรัฐบาลและถ้ารัฐบาลดำเนินการด้วยความรุนแรงแล้วชุมชนดังกล่าวก็จะหันมาสนับสนุนฝ่ายก่อความไม่สงบ</p>
    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">

                    ฝ่ายก่อความไม่สงบอาจจะสร้างเงื่อนไขและชักจูงให้ประชาชนก่อความวุ่นวายขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของรัฐบาลและสร้างอิทธิพลเหนือชุมชนที่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาล การดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นการนัดหยุดงาน การชะลอการทำงาน ชุมนุมประท้วง </p>