น.ส.กมลชนก กิจกสิวัฒน์

555740111-3

หนูชอบบทความตอนนี้ของอาจารย์มากค่ะ แปลกประหลาดและเท่ห์ดี ได้อ่านให้คุณแม่ฟังด้วยค่ะ

ส่วนของหนู ขอแชร์เรื่องราวดีๆบ้างนะค่ะ

"Coaching"

เรื่องที่ 1 เวลาที่รู้สึกตกต่ำ แล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้ดีขึ้น

เป็นเรื่องตอนที่ทำงานอยู่บริษัทขอนแก่นแหอวนค่ะ ตอนนั้นทำหน้าที่เป็นเซลล์ต่างประเทศ ซึ่งเราดูแลลูกค้าโซนตะวันออกกลาง พวกอิรัก อิหร่าน ดูไบ ซาอุ ประมาณนี้ค่ะ ออเดอร์แต่ละออเดอร์ตีเป็นเงินไทยมูลค่าเป็นหลักล้านขึ้นทั้งนั้น ปัญหาคือ หนูเสนอราคาผิด ซึ่งก็แจ้งราคาไปใหม่แล้วแต่ลูกค้าไม่ยอม เค้ามาขอส่วนลด เราจึงต้องไปบอกเจ้านาย เจ้านายก็ให้ลดเพิ่มให้ลูกค้าอีก 3 เปอร์เซนต์ แต่ด้วยความที่หนูเป็นเด็กเพิ่งจบใหม่ เพิ่งได้งานนี้ครั้งแรก หนูคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากๆๆๆ และรู้สึกผิดที่เจ้านายต้องมาลดราคาสินค้าทั้งที่เป็นความผิดของเรา ถึงหนูจะบอกลูกค้าว่าลดเพิ่มให้ และลูกค้าโอเคแล้ว แต่หนูก็รู้สึกแย่และเสียใจมาก พอเดินออกมาจากห้องเจ้านายหนูก็มานั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะ

จุดเปลี่ยน

ห้องทำงานของแกอยู่ด้านหลังพวกเซลล์ทุกๆคน หนูไม่รู้ว่าเจ้านายเดินมาตอนไหน แต่แกเดินมาจากด้านหลัง ตบไหล่ แล้วก็บอกว่า "ไม่เป็นไร สู้ๆนะ" แล้วแกก็เดินไปเลย เท่านี้และค่ะน้ำตาไหลมาหมดเลย เพื่อนๆตกใจมาก เค้ารู้กันว่าหนูเสนอราคาผิด แต่ไม่คิดว่าเราจะร้องไห้ขนาดนี้ หลังจากครั้งนั้นเป็นต้นมา หนูใส่ใจเรื่องการเสนอราคามากขึ้นมาก เพราะตอนนั้นคิดว่านี่ขนาดเราเสนอราคาผิด และบริษัทต้องเสียรายได้ส่วนที่ควรจะได้เป็นมูลค่าตั้งเยอะ แต่เจ้านายยังให้อภัย จากเหตุการร์นี้เองทำให้หนูใส่ใส่รายละเอียดมากขึ้น และรักเจ้านายของหนูมากๆค่ะ ต้องขอขอบคุณ "คุณวินัย เสรีโยธิน" เจ้านายของหนู ซึ่งถึงแม้ว่าท่าจะไม่ได้ทำงานที่ขอนแก่นแหอวน และหนูไม่ได้เป็นเซลล์ที่นั้นอีกแล้ว แต่ท่านก็ยังจะเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดในใจเสมอค่ะ

 

เรื่องที่ 2 เหตุการณ์ที่ทำให้เราเก่งขึ้น

เป็นเรื่องตอนที่ทำงานอยู่ขอนแก่นแหอวนเหมือนกันค่ะ เพราะลูกค้ากลุ่มที่เราดูแลเป็นโซนตะวันออกกลาง พวกแขกจะค่อนข้างน่ากลัว ใจร้อน พูดจาเสียงดัง ไม่ค่อยมีมารยาท ตอนนั้นหนูต้องเข้าไปเช็คอวนในโกดัง เอาพวกเก่าอวนเสียมาชั่งกิโลขาย ซึ่งตอนนั้นลูกค้าซึ่งเป็นชาวอิรักเข้าไปเลือกอวนด้วย แต่ด้วยความที่อวนมีหลายชนิดมาก ตัวเลขที่ฝ่ายคลังจดให้จึงยาวเป็นหางว่าว หนูต้องเอาตัวเลขนั้นมากดเครื่องคิดเลขเพื่อรวมตัวเลขและบอกลูกค้า สถานที่ก็ไม่เอื้ออำนวยเพราะอยู่ในคลัง ทั้งร้อน และรีบ เพราะใหล้จะเลิกงานแล้ว คนงานก็อยากจะรีบกลับบ้าน หนูเองก็รน ทำให้หนูบวกเลข 2 ครั้งไม่เท่ากัน ลูกค้าโกรธมาก ด่าเราแบบสุดๆ ตะโกนว่าเราแบบสุดตัว ชี้มือด่าต่อหน้าคนงานเกือน 20คนทั้งคลัง เราจึงรวมอีกรอบนึง พอตัวเลขเท่ากันเราก็ขอแยกตัวออกมาเลย ตอนนั้นสมองเบลอไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว หนูไม่ได้กลับออฟฟิส แต่ไปนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าศาลพระภูมิของบริษัท รู้สึกเสียใจว่าเราก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ เค้าน่าจะให้เกียรติกันมากกว่านี้ในสมองตอนนั้นคิดว่าถ้าหยุดร้องไห้ จะกลับไปบอกหัวหน้าว่าไม่เอาแล้ว หนูจะไม่ดูแลลูกค้าคนนี้แล้ว

จุดเปลี่ยน ตอนนั้นตอนเย็น เลิกงานพอดี พี่ที่แผนกวางแผนทอ ชื่อพี่สม กำลังจะกลับบ้านผ่านมาเห็นจึงมาคุยด้วย หนูเลยร้องไห้แล้วเล่าให้พี่แกฟัง หนูบอกว่าลูกค้าไม่ให้เกียรติและไม่เชื่อใจ ถ้าเป็นหัวหน้าของหนู ลูกค้าเค้าจะไม่กล้าด่าหัวหน้าอย่างงี้ นี่คงเป็นเพราะหนูเป็นเด็กใหม่ เค้าเลยไม่ให้เกียรติและไม่เชื่อมือ พี่สมเลยบอกว่า "เราก็ต้องพิสูจน์ให้เค้าเห็น ต้องพิสูจน์ให้เค้ารู้ว่าลูกคุณหนูอย่างเราก็สามารถทำงานให้เค้าได้ อย่าไปยอมแพ้ นาจี(ชื่อลูกค้า)เค้าก็เป็นคนอย่างงี้แหละ ถ้าเราสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ต่อไปเค้าก็จะไม่คุยกับใครเลยนอกจากเราคนเดียว" หลังจากนั้นหนูก็ได้คิด ตั้งสติ และพยายามลองเริ่มต้นใหม่ สุดท้าย สามารถทำได้ค่ะ ลูกค้าติดหนูมากๆ และหนูก็รู้ใจรู้ค้าด้วย พูดมาคำเดียวรู้เลยว่าเค้าหมายถึงอะไร ต้องการอะไร 1 ปีที่ขอนแก่นแหอวนได้อะไรเยอะมากจริงๆค่ะ หลังจากนั้นเข้มแข็งขึ้นเยอะค่ะ ขอบคุณเจ้านาย หัวหน้า ลูกค้า และเพื่อนร่วมงานดีๆทุกคนค่ะ