สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ และที่ได้อ่าน BLOGในส่วนที่ไม่ได้มีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และไม่ได้เสียโอกาสในการเข้าใจองค์ความรู้ที่ได้นั้น มีดังนี้
ท่าน ลสทช.ฐากรฯ ได้กล่าวเปิดฝาก 5 ข้อ เป็นเรื่องของการสร้างให้พร้อมเพื่อใช้ เปรียบเสมือนการเหนี่ยวหนังสติ๊ก ตาต้องคม มือต้องนิ่ง เล็งต้องแม่น เมื่อเต็มเหนี่ยวไกแล้วจะมีโอกาสถึงเป้าหมายความสำเร็จสูง และต้องมีบุญมากๆด้วย (เฮง)

ช่วงแรก ท่านดร.จิระฯได้ชี้ให้เห็นอย่างรวดเร็ว คือ การมองแนวคิดและทฤษฏีทุนมนุษย์เป็นศักยภาพความสำเร็จในองค์กร มีอะไรบ้างที่จะดึงมาจับ เป็นเสมือนแว่นตา มาเป็นแนวความคิดให้มองภาพการบริหารจัดการและการเป็นผู้นำที่ชัดเจนขึ้น และให้เห็นว่า องค์กรควรมีผู้นำเป็นอย่างไร แต่ละยุคสมัยความเหมาะสมย่อมแตกต่างเปลี่ยนแปลงไป และคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้นำองค์กรฯควรเป็นอย่างไร ทั้งนี้ไม่จำกัดกรอบความคิดผิดถูก และเป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิด “ปัญญา”ของแต่ละคนที่เป็นผู้บริหาร

ช่วงที่สอง รศ.ดร.เฉลิมพลฯ กรอบแรก ท่านได้แบ่งบุคลิกภาพของคนเป็น๔ประเภท ซึ่งผู้บริหารฯอาจจะเป็นแต่ละประเภทในแต่ละเวลาและหมวกที่ใส่(บทบาท) สามารถเป็นได้ทั้งนักทฤษฏี นักผจญภัย นักปฏิบัติ และนักกิจกรรมในคนเดียวกันได้ เพียงแต่ธาตุแท้(Norm)ของคนนั้นจริงๆจะเป็นประเภทเดียว เพียงแต่ถูกเรียนรู้(Pain and Gain)จากประสบการณ์สร้างตัวตนประเภทอื่นขึ้นมาได้ ในทางกลับกัน ผู้นำที่ดี ควรมองเห็นลูกน้องออกว่าเป็นประเภทใด และไม่ควรให้ประเภทที่ตรงข้ามกันทำงานร่วมกัน หากจำเป็นควรทำงานผ่านประเภทที่เคียงข้าง เพื่อลดความขัดแย้ง

กรอบที่สอง ท่านได้สอนให้มองบุคคลิกผู้นำที่สะท้อนการตัดสินใจและผลกระทบต่อด้านต่างๆ เช่น Sensing MQ กระทบต่อกฎหมาย/กติกา Feeling EQ กระทบต่อสังคม Intuition SQ กระทบต่อความอยู่รอด ที่หล่อหลอมรวมเป็น Thinking IQ การตัดสินใจในการแก้ปัญหา โดยยกตัวอย่าง การเก็บเงินจำนวนมากได้ ควรทำอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขวิกฤติครอบครัว(คุณแม่ป่วยหนัก) และผมได้ถามว่าการตัดสินใจจะต่างหรือไม่ หากเงินจำนวนน้อย และคุณแม่แค่หิวข้าว ซึ่งท่านได้แนะนำว่า Thinking IQ จะดีที่สุด ถ้าเกิดการตัดสินใจนั้น ไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินมากน้อย ต้องได้ผลเหมือนกัน

กรอบที่สาม ท่านได้สอนให้มองถึงการสร้างทีม ได้ยกตัวอย่างเส้นทางหลากหลายในการเกิดความเป็นทีมขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องของแต่ละเวลาสถานการณ์ การสื่อสารและมุมมองหลายด้าน การมีใจที่กว้างและปันโอกาสให้กับStakeholder การสื่อสาร การมุ่งความสำเร็จแบบมีทิศทางที่ได้ประสิทธิผลหรืองานที่สำคัญมากกว่าการมองประสิทธิภาพหรืองานเร่งด่วน และท่านมีความเชื่อการสร้างทีมรุ่นใหม่ แทนที่จะเปลี่ยนแปลงคนรุ่นเก่าที่รอให้หมดไป ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเพิ่มเติมในช่วงพักเพิ่ม ผมได้ถามเส้นทางการคิด ซึ่ง Change ทั้งหมดมี 3 แบบ คือ Adaptation , Revolution และ Replacement และทำไมที่เสนอถึงเชื่อ Replacement และธนาคารกับองค์กรหลายแห่งประสบความสำเร็จในอดีตด้วยการ Re-Engineering ซึ่งเป็น Revolution และได้รับความเห็นเพิ่มเติมว่า เพราะทั้ง Adaptation และ Revolution สมัยนี้ทำได้ยากมาก และได้มีการเปรียบเทียบแต่ละช่วงของพุทธกาลก่อนมาเป็นพุทธศาสนา