กรณีศึกษาที่สี่

ชื่อผู้รับบริการ   ด.ช. ทหาร   รักชาติ  (นามสมมติ)    อายุ   4  ปี   วันที่เข้ารับบริการ 21 ก.พ. 54

ชื่อผู้ให้บริการ   นศ.กบ. ปานิศรา  วาริสสอน    วันที่รายงาน 3 มิ.ย. 54

1. บริบทของการให้บริการ

1.1 ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อผลลัพธ์ในการให้บริการ

ผู้ดูแลผู้รับบริการมีความเชื่อมั่นว่าหลังจากที่ผู้รับบริการได้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดแล้ว จะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้และสื่อสารกับผู้อื่นได้โดยใช้คำพูด

1.2 ปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดต่อผลลัพธ์ในการให้บริการ

ผู้รับบริการไม่มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม หันเหความสนใจได้ง่าย และเอาแต่ใจตนเอง

2. บริบทของชีวิตผู้รับบริการ

2.1   แรงจูงใจ ความปรารถนา และความอดทนต่อผลลัพธ์

จากการสอบถามจากผู้ดูแล แรงจูงใจ และความปรารถนาของผู้รับบริการ คือการเล่นของเล่น


2.2   ความสามารถและความบกพร่องที่มีอยู่

ปัจจุบันผู้รับบริการได้เข้ารับศึกษาในระดับอนุบาล สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในการแต่งตัว (ใส่-ถอดเสื้อได้ด้วยตนเอง) ผู้รับบริการมีความบกพร่องในการสื่อสารและการเข้าสังคม จากการสอบถามจากผู้ดูแล ผู้รับบริการมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่นไม่เหมาะสม และไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยคำพูด

2.3   ความเข้าใจต่อการใช้ชีวิต  ไม่สามารถสังเกตได้

2.4   ความคาดหวังในการใช้ชีวิตระยะยาว

จากการสอบถามจากผู้ดูแล ผู้ดูแลมีความคาดหวังที่จะให้ผู้รับบริการมีทักษะสังคมที่ดีขึ้น สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้โดยใช้คำพูดแทนการส่งเสียงไม่เป็นภาษาหรือการใช้ภาษาท่าทาง และคาดหวังที่จะให้ผู้รับบริการสามารถดูแลตนเองได้ขณะอยู่ที่โรงเรียน

3. ความเชื่อส่วนบุคคลของผู้ให้บริการ

3.1   อุปสรรคในการแสดงพฤติกรรมที่ยอมรับได้

          ผู้ให้บริการเชื่อว่าไม่มีอุปสรรคในการแสดงพฤติกรรมของผู้รับบริการที่ยอมรับได้

3.2    ความคาดหวังและความพึงพอใจ

ผู้ให้บริการคาดหวังให้ผู้รับบริการสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นและช่วยเหลือตนเองได้ขณะอยู่ที่โรงเรียน และผู้รับบริการไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ขณะอยู่ที่โรงเรียนหรืออยู่ที่บ้าน

4. ทัศนคติและความคาดหวังเชิงพฤติกรรมของผู้ให้บริการ

4.1   ความคิดเห็นต่อกระบวนการให้บริการที่พึ่งประสงค์

ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการบำบัดฟื้นฟูดี แต่มักถูกหันเหความสนใจได้ง่าย ผู้ให้บริการให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแลในการพัฒนาทักษะที่บกพร่องของผู้รับบริการขณะที่อยู่ที่บ้าน

4.2 ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ของการให้บริการ

ผู้ให้บริการคาดหวังว่า ในอนาคตผู้รับบริการจะสามารถประกอบกิจกรรมการดูแลตนเองได้เหมาะสมตามช่วงวัย ทั้งขณะอยู่ที่บ้านและที่โรงเรียน สามารถปรับตัวให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้โดยไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ มีสมาธิในการเรียนและทำกิจกรรมไดเสร็จสิ้นโดยไม่ถูกหันเหความสนใจ

5. กรอบอ้างอิงของผู้ให้บริการ

ใช้กรอบอ้างอิงพัฒนาการ เนื่องจากผู้รับบริการมีประวัติการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้พัฒนาการในบางด้านล่าช้า ผู้ให้บริการจึงต้องการกระตุ้นพัฒนาการของผู้รับบริการให้เป็นไปตามช่วงวัย และมีพัฒนาการที่เหมาะสมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม พฤติกรรม สติปัญญา การช่วยเหลือตนเอง และการสื่อสาร

ใช้ทฤษฎีการเขียน เนื่องด้วยปัจจุบันผู้รับบริการกำลังศึกษาในระดับชั้นอนุบาล จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในทักษะด้านการเขียนก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไป ทั้งยังเป็นการกระตุ้นในทักษะด้านการสื่อสาร ความคิด และความรู้สึก

ใช้ทฤษฎีการปรับพฤติกรรม เนื่องจากผู้รับบริการมีการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ทิ้งตัว ขว้างปาสิ่งของ  ทุบตีผู้อื่น หันเหความสนใจได้ง่าย ไม่มีสมาธิในกิจกรรมที่ทำอยู่ ผู้ให้รับบริการจึงต้องปรับพฤติกรรมเหล่านี้และกระตุ้นพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยการวางเงื่อนไขและให้แรงเสริมทั้งทางบวกและทางลบตามความเหมาะสมและการแสดงออกทางพฤติกรรมของผู้รับบริการ

6. การให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์

6.1 การรวบรวมข้อมูลที่ชี้นำเพื่อตั้งและพิสูจน์สมมติฐานทางคลินิก

ผู้ให้บริการทำการประเมินการบูรณาการประสาทรับความรู้สึกโดยใช้แบบประเมินกระบวนการรับความรู้สึก ที่ให้ผู้ปกครองเป็นผู้ประเมิน และใช้แบบประเมินรายการที่บกพร่อง เพื่อประเมินปัญหาด้านการบูรณาการประสาทความรู้สึกของผู้รับบริการ ว่าต้องการแสวงหาการรับความรู้สึกใดเป็นพิเศษ หรือต้องการที่จะหลีกหนีจากการรับความรู้สึกใดด้านใด

          จากการประเมินการบูรณาการประสาทรับความรู้สึกของผู้รับบริการพบว่า ผู้รับบริการมีการแสวงหาการรับความรู้สึกด้านการสัมผัส การบำบัดฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย และการรับความรู้สึกผ่านกล้ามเนื้อ และข้อต่อ และพบภาวะไม่อยู่นิ่ง ผู้ให้บริการจึงให้การบำบัดโดยใช้แนวทางการฟื้นฟูจากกรอบอ้างอิงการบูรการประสาทรับความรับรู้สึก เพื่อเพิ่มทักษะการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก และลดภาวะการไม่อยู่นิ่ง  โดยใช้วิธีการให้กิจกรรมเพื่อเป็นการสลายพลังงาน และให้การกระตุ้นการรับความรู้สึกของผู้รับบริการอย่างเพียงพอ ยกตัวอย่างกิจกรรม ด้านการสัมผัส ได้แก่ เล่นในอ่างบอล ห่อตัวด้วยผ้าห่ม เดินเท้าเปล่าบนพื้นที่มีพื้นผิวสัมผัสต่างกัน ด้านการบำบัดฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย ได้แก่ กระโดดบนตาข่ายสปริง นั่งไกวชิงช้า ด้านการรับความรู้สึกผ่านทางกล้ามเนื้อและข้อต่อ ได้แก่ ลอดอุโมงค์ นั่งเด้งกระโดดบนบอลลูกใหญ่ เป็นต้น

จากแฟ้มประวัติ พบว่าผู้รับบริการมีประวัติการคลอดก่อนกำหนด และจากการสัมภาษณ์และการสังเกต พบว่าผู้รับบริการมีพัฒนาการด้านการสื่อสารโดยใช้การพูด และพัฒนาการด้านการรับรู้และความเข้าใจล่าช้า ผู้ให้บริการให้การบำบัดโดยอ้างอิงจากกรอบอ้างอิงการฟื้นฟูจิตวิทยาสังคม ให้การกระตุ้นในการพัฒนาทักษาที่ล่าช้าจากการเข้าสังคม ให้เผชิญกับปัญหาเพื่อรู้จักการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกความภาคภูมิใจในตนเองเมื่อทำสำเร็จ และผู้ให้บริการให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแลในการปรับพฤติกรรมเพื่อกระตุ้นทักษะการสื่อสาร เพิ่มการปฏิสัมพันธ์กับผู้รับบริการ พูดคุยและสบตากันให้มากขึ้น และให้บุคคลในครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกับผู้รับบริการ

6.2 ขั้นตอนการค้นหาคำจำกัดความของปัญหาทางคลินิก รวมทั้งการเลือกวิธีแก้ไขปัญหาทางคลินิก

ค้นหาจากคำสำคัญ: Autism และ Sensory processing

เลือกกระบวนการการแก้ไขปัญหาทางคลินิกจากงานวิจัย คือ การปรับพฤติกรรมโดยได้รับการกระตุ้นจากเพื่อนหรือบุคคลชิดใกล้ ให้เซ็นซอรี่ ไดเอ็ดอย่างเหมาะสมแก่ประสาทการรับความรู้สึกนั้นๆ

7. การให้เหตุผลเชิงแปลความ

7.1   ความเข้าใจของผู้รับบริการต่อความเจ็บป่วย ความบกพร่อง และผลลัพธ์

จากการประเมินโดยการสัมภาษณ์ผู้ดูแลของผู้รับบริการ พบว่าผู้รับบริการไม่เข้าใจว่าความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนคืออะไร มีอาการ มีสาเหตุจากอะไร และไม่ทราบว่าตนเองมีความเจ็บป่วย มีความบกพร่องทางด้านใดและส่งผลกระต่อการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างไร แต่ผู้ดูแลเข้าใจ และทราบถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นต่อผู้รับบริการ และตระหนักถึงความสำคัญขององค์ประกอบต่างๆ ในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่บกพร่องไป และส่งผลกระทบต่อด้านการดูแลตนเอง การเรียน การเล่น และทักษะสังคม ทำให้ผู้รับบริการไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ช่วงสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำได้นาน และขาดทักษะสังคมเนื่องจากผู้รับบริการไม่สื่อสารกับผู้อื่นโดยใช้คำพูด

7.2   ความคาดหวังของผู้รับบริการต่อภาพลักษณ์การใช้ชีวิตในอนาคต

จากการสัมภาษณ์จากผู้ดูแล ผู้ดูแลคาดหวังในอนาคตว่าผู้รับบริการจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีทักษะการเรียน การเล่นที่สมวัย ไม่ขว้างปาสิ่งของ ไม่ซน มีสมาธิจดจ่อต่อกิจกรรมที่ทำอยู่ได้จนเสร็จสิ้นตามเงื่อนไขของผู้ดูแลและผู้รับบริการ หวังว่าให้ผู้รับบริการมีทักษะสังคมและการสื่อสารที่ดี สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้การพูด และผลกระทบจากพยาธิสภาพที่อาจเหลืออยู่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ

7.3   การสร้างสัมพันธภาพโดยมองความเป็นมนุษย์ของผู้รับบริการ

ผู้ให้บริการเคารพในสิทธิ และความเป็นมนุษย์ของผู้รับบริการ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แสดงความรังเกียจ และเห็นความต้องการของผู้บริการเป็นสำคัญ ผู้ให้บริการความเข้าใจและตระหนักถึงความเจ็บป่วยของผู้รับบริการ ไม่ใช้ความรุนแรงหรือความไม่เป็นมิตรในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ ในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีความสำคัญต่อผู้รับบริการที่บกพร่องไป และฟื้นฟูหรือสร้างทักษะใหม่ เตรียมความพร้อมให้กับผู้รับบริการในการกลับไปดำรงชีวิตร่วมกับคนในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีความสุข

8. การให้เหตุผลเชิงจริยธรรม

8.1   ประเด็นสำคัญของการให้บริการที่มีคุณค่าและคุณธรรมต่อผู้รับบริการ

ผู้ให้บริการให้เกียรติ เปิดโอกาสให้ผู้ดูแลของผู้รับบริการแสดงความคิดเห็นต่อผลการบำบัดฟื้นฟู และรับฟังอย่างตั้งใจ ให้การบำบัดอย่างเต็มความสามารถ คิดถึงประโยชน์ในการให้การบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการเป็นสำคัญ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ไม่ให้การบำบัดแบบผักชีโรยหน้าโดยที่ผู้รับบริการไม่ได้ประโยชน์อะไร  ใช้ความอ่อนโยนและแสดงความเป็นมิตรต่อผู้รับบริการและผู้ดูแล  ให้ผู้รับบริการและผู้ดูแลรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้ให้บริการที่อยากจะช่วยเหลือ

9. การให้เหตุผลเชิงเงื่อนไข

9.1   การแปลผลการประเมินปัญหาและวิธีการแก้ไข

จากการประเมินพบปัญหาของผู้รับบริการคือ การไม่อยู่นิ่ง หันเหความสนใจได้ง่าย ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ทำได้จนสำเร็จ มีทักษะทางสังคมไม่เหมาะสม พัฒนาการไม่เป็นไปตามช่วงวัย ผู้ให้บริการจึงให้กิจกรรมที่ลดการไม่อยู่นิ่ง จนสามารถทำกิจกรรมได้จนสำเร็จ และเพิ่มทักษะทางสังคมให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.2   ความคาดหวังของผู้ให้บริการต่อการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จากการกระทำในปัจจุบัน

ผลของการให้บริการยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผู้ให้บริการ เนื่องจากผู้รับบริการมารับบริการทางกิจกรรมบำบัดไม่ต่อเนื่อง และทางครอบครัวของผู้รับบริการมักจะตามใจ และไม่ฝึกให้เวลาอยู่ที่บ้าน เมื่อผู้รับบริการไม่ต้องการที่จะฝึก ก็จะไม่บังคับ และปล่อยให้เล่นตามสบาย

9.3   ความสำเร็จหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลังการประเมินซ้ำ

ไม่ได้มีการประเมินซ้ำ เพราะวันที่ฝึกการปฏิบัติงานวันสุดท้าย ผู้รับบริการไม่มารับบริการตามที่ได้นัดหมายไว้  แต่จากประเมินโดยการสังเกตก่อนหน้านั้นพบว่าด้านการสื่อสาร ผู้รับบริการสามารถส่งเสียงได้แต่ไม่เป็นภาษา ไม่มีความหมาย และมีช่วงความสนใจที่นานขึ้นแต่ยังไม่สมวัย ผลของการบำบัดฟื้นฟู ผู้ให้บริการถือว่ายังไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้  ผู้ให้บริการคิดว่า ทางครอบครัวของผู้รับบริการควรปรับการเลี้ยงดู ไม่ควรตามใจจนเกินไป เพราะผู้รับบริการใช้ชีวิตอยู่กับทางครอบครัวมากกว่าอยู่กับผู้ให้บริการ จึงต้องการความร่วมมือจากทางครอบครัวให้ฝึกและกระตุ้นพัฒนาการให้อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้เห็นผลลัพธ์ของการบำบัดฟื้นฟู

9.4   การมีส่วนร่วมของผู้รับบริการโดยผู้ให้บริการเน้นการพัฒนาความสามารถของชีวิตบุคคลแบบองค์รวม

ผู้ให้บริการเน้นการกระตุ้นพัฒนาการ เพิ่มทักษะการบูรณาการประสาทความรู้สึก ลดการไม่อยู่นิ่ง เพิ่มทักษะการเข้าสังคม และใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ  โดยผู้รับบริการให้ความร่วมมือดี แต่ผู้ให้บริการคิดว่าด้วยวัย และความเจ็บป่วยของผู้รับบริการจึงยังทำให้ไม่สามารถประยุกต์ทักษะที่ผู้ให้บริการฝึกให้ไปใช้ในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ