เป็นงานวิจัยที่ดีมากครับ ขอให้แก้ไขตัวเลขที่หายไปอีกสักหน่อยก็จะดีมาก   ผมมีข้อสังเกตและขอแสดงความคิดเห็นร่วมด้วยนะครับ

  • ผมก็พยายามอ่านเพื่อทำความเข้าใจว่าเรื่องนี้จริง ๆ แล้วเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ พอสรุปได้ว่า   ๑. เกิดจากเพื่อนชวนไปเล่นเกม    ๒. เกิดจากครอบครัว พ่อแม่ลูกไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน    ๓. เกิดจากสภาพแวดล้อม  ภายในร้านคือสนุกสนาน จากโรงเรียนครูสอนน่าเบื่อ เข้มงวด ให้การบ้านเยอะเกินไป และสื่อจากหนังสือแนะนำเกม  ใช่ไหมครับ

 

  • หลายงานวิจัยที่นำมาวิเคราะห์อภิปรายผลก็มีความสอดคล้องกันมากกว่าไม่สอดคล้องทั้ง  ๓ ประเด็น  แต่พอเกิดปัญหาเกี่ยวกับตัวเด็กขึ้นมา ทำไมสื่อหรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ถึงพากันลงโทษแต่ร้านเกมอย่างเดียว  ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วน่าจะกล่าวถึงหรือลงโทษทั้ง  ๓ ประเด็นดังกล่าวมา

 

  • งานวิจัยที่ผ่านมามีไม่น้อยที่ทำกันเสร็จมาตั้งหลาย พ.ศ...หลายแห่งแล้ว  ทำไมเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะด้านสื่อสารมวลชน ไม่นำเอาไปเสนอต่อสาธารณะ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา และป้องกันปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม นำเสนอแต่ข้อเสียของร้านเกมร้านเน็ต

 

  • เมื่อพิจารณาถึงแนวทางป้องกันแล้ว  ดูว่าภาระรับผิดชอบอันหนักอึ้งน่าจะอยู่ที่ผู้ปกครองหรือ ครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ถ้ากำหนดที่ ๒ ขวบกว่า   และที่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือการส่งเสริมให้ผู้ปกครองสามารถเล่นคอม เล่นเน็ตได้ เพราะจะได้รู้เท่าทันเด็ก แต่เด็กปัจจุบันส่วนใหญ่จะอยู่กับตายาย(แถวบ้านผมเป็นอย่างนั้น) ตามเด็กไม่ทันหรอก  พ่อแม่ก็เหมือนกัน  ควรจะมีอบรมและมีวิธีป้องกันอย่างไร  

 

  • รัฐบาลมีแต่ออกมาตรการควบคุมและลงโทษ  น่าจะจัดสรรงบมาพัฒนาโปรแกรมเมอร์ที่สร้างเกมเก่ง ๆ เกมที่สร้างสรรค์เอาไว้คอยสอนเด็กรุ่นน้อง ๆ ที่ชอบเล่นเกม ให้รู้จักการพัฒนาเกมหรือสร้างเกมเป็นบ้างนะครับ  แทนที่จะปล่อยให้เด็กเล่นอย่างเดียว

 

  • แนวทางข้อที่ ๓ สุดท้าย ผมก็เห็นเจ้าหน้าที่ของวัฒนธรรมพยายามจัดการอบรมข้อกฎหมายให้กับเจ้าของร้านอยู่ทุกปีพร้อมกับมีโครงการร้านเกมสีขาวด้วยนะครับ (หรือจะเป็นบางจังหวัด)  ผมไม่เห็นด้วยหรอกที่ไม่ให้เด็กแต่งชุดนักเรียนเข้าไปใช้งานคอม  เพราะเขาก็เพิ่งเลิกเรียน  แล้วอีกอย่างร้านเกมหรือร้านเน็ต มันน่าเกลียด น่ากลัวหรือมีพิษภัยตรงไหน  มีสภาพที่ดีกว่า สะอาดกว่า ปลอดภัยกว่าที่บ้านของเด็ก(บางคน)อีกด้วยซ้ำ  เด็กบางคนไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมเขามาเพื่อทำงาน ชุดนักเรียนก็ไม่เห็นจะเป็นไร  ที่อโคจรต่างหากที่ควรจะห้าม  อย่ามองร้านเกมในทางไม่ดีไปเสียหมด  

 

  •   ปัญหาจริง ๆ ผมคิดว่ามันอยู่ตรงที่เจ้าของร้านปล่อยให้ เด็กอายุไม่เกิน  ๑๘ ปี  เข้าใช้นอกเวลาต่างหาก  เพราะเจ้าของร้านขาดจริยธรรม  กำหนดเวลาจริง ๆ ของกฎหมาย วันธรรมดา บ่าย ๒ โมง ถึง ๔ ทุ่ม   วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ๔ โมงเช้า ถึง  ๔ ทุ่ม สำหรับกำกับเด็กที่อายุไม่เกิน ๑๘ ปี     แต่รัฐหรือกฎหมายไม่ได้ระบุว่าร้านเกมหรือร้านเน็ตควรเปิด ปิดเวลากี่โมง?  มันก็เป็นอีกช่องว่างหนึ่งของกฎหมาย  แล้วท่านคิดว่าเด็กกลุ่มไหนหละที่ควรจะเล่นเกมหลังจาก ๔ ทุ่มไปแล้ว

 

  • ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นความสำคัญของร้านเน็ต ต้องย้ำนะครับว่า "ร้านเน็ต" ไม่ส่งเสริมให้เด็กเล่นเกม  ไม่ได้ลงเกม และจะบอกเด็กทุกคนที่มาเล่นเกมว่าอยากเล่นให้ไปเล่นที่ร้านอื่น ที่ร้านนี้จะขอเอาไว้สำหรับคนที่มาทำงาน  เพราะเด็กเล่นเกมจะส่งเสียงดังมาก  แต่ก็ใช่ว่าจะห้ามเด็ดขาดเสียทีเดียวนะครับ  

 

  • ขอบคุณที่ให้แสดงความคิดเห็นมากครับ