คงไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติที่ผลักเด็กน้อยให้ผลุบเข้าไปนั่งน้อมหัวไหว้ในหลวง
แต่เป็นความรักและบูชาอย่างลึกซึ้งที่มีต่อในหลวง จึงทำให้กล้าทั้ง ๆ ที่เด็กไทยบ้านนอกมักจะขี้อาย
ไม่ค่อยกล้าแสดงออก วันที่ในหลวงเสด็จเป็นวันที่รอคอยของชาวบ้าน ถือว่าเป็นบุญที่ได้มีโอกาสเฝ้า
เด็กน่าจะซึมซับอยู่ทุกวันว่าในหลวงทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนเพียงใดจากการบอกเล่าสั่งสอนจากบ้านและโรงเรียน
ในบ้านอาจมีรูปในหลวงติดอยู่ไว้กราบไหว้ ครอบครัวอาจได้รับแจกผ้าห่มในหน้าหนาว
ได้รับการรักษาและยาจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โรงเรียนเองก็ตอกย้ำเรื่องชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ทุกวัน
ยังจำความรู้สึกของตนเองได้สมัยเรียน ม.ต้น ปีนั้นในหลวงเสด็จหัวหิน โรงเรียนพานักเรียนมารับเสด็จที่สถานีรถไฟเพชรบุรี
พวกเราเด็ก ๆ คึกคักกันมากรอวันเสด็จ เมื่อได้เวลาครูก็นำแถวนักเรียนแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย
สวยงามเดินตัดทุ่งนาท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยงมายืนรอรับเสด็จ พวกเราต่างคอยชะโงกมองเมื่อไรหัวรถไฟจะปรากฏแก่สายตา ร้อนจะเป็นลม และแล้วแดดก็ร่มลงอย่างน่าอัศจรรย์ อากาศเย็น ลมเย็นพริ้วมา ขนลุกกันทุกคน รถไฟค่อยๆแล่นเข้าสู่สถานี เห็นในหลวง พระราชินี และเจ้าฟ้าทุกพระองค์โบกพระหัตถ์น้อย ๆ แย้มพระสรวล ทอดเนตรมายังประชาชนของพระองค์ แล้วรถไฟก็เร่งความเร็วจากไป แดดร้อนจัดกลับมาเหมือนเดิม ในความรู้สึกไม่เคยเห็นใครสวยเท่าสมเด็จพระนางเจ้าเลย สวยเหลือเกิน หลังจากหายจากอาการตื่นตะลึง ความปิติท่วมท้น เสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นล้วนแสดงถึงความสุขที่มีวันนี้ เรารู้สึกรักพระองค์มากกว่าที่เคยรับรู้ รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันนี้ ความรู้สึกนี้ยังมั่นคงจนถึงวันนี้ และจะตลอดไป