พี่น้องชาวไทยพุทธ น่าจะอ่าน และวิเคราะห์ในบทความต่างๆอย่างไม่ปิดกั้นทำลายบ้างนะครับ ลองก่อนเถิด อย่าเพิ่งเชื่อทันที และมิต้องหวาดกลัวข้อความที่ทำร้ายท่านไม่ได้เลย หากท่านพกพาความสุจริตไว้. สามารถเก็บไว้เมื่อยามจำเป็น แต่หากไม่ได้ใช้ก็ไม่เสียหายอันใดเลยมิใช่หรือ


   การไม่อนุญาติให้รับความรู้ในการมีพระเจ้า. คือ การห้าม กตัญญู(กตัญญุตาธรรม) ต่อผู้มีพระคุณในเบื้องต้นของชาวไทย.แต่การแนะนำในการมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู แทนมีเพื่อปฎิเสธ. คือ ความรู้เพื่อฟื้นฟูจิตเนรคุณ ที่ปลูกฝังกันมาจากการ"ห้ามกตัญญู" นั่นเอง ฉะนั้นเรามาลองตรองกันดูซิว่า พระพุทธเจ้าเอง. ท่านจะเลือกความรู้ใดเป็นสิ่งปฎิบัติในปลายทาง. แบบก่อความเสียหาย หรือ แบบฟื้นฟูความดีงามเล่า. ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องลบ ไม่ต้องทำอะไรกับสารทั้งนั้น. เพราะมีแต่กุศล ต่อแผ่นดินทั้งนั้น ถ้าประชาชนตรอง และบรรลุธรรมนี้ได้. มันคือ ปัญญาธรรม. และการเสริมเกียรติของพระพุทธเจ้าอย่างชัดแจ้ง.มุสามิได้. กลั่นแกลงพระพุทธเจ้าก็ไม่เกิดผลดีแต่อย่างใด. เราเข้าใจนะว่านักบวช นักพยากรณ์ นักข่าวฯลฯ อาจจะมีรายได้ลดลง การได้รับการพึงใจเป็นอามิสลดลง ความโดดเด่นทางสังคมลดลง. แต่ประชากรไทยมีกุศลจิตและบรรลุในข้อธรรมได้มากขึ้น ไม่เกิดกุศลหรือ. แค่กลัวนั้นสร้างชาติยากและช้า. กตัญญูนั้นง่ายและตรงที่สุดแล้ว(เที่ยงธรรม). พระพุทธเจ้ามิให้เชื่อให้ลองเอง. แล้วมัวแต่ลบเพื่อปิดกั้น ประชาชนจะลองกันอย่างไร. จงเห็นแก่ส่วนรวมเถิด. ท่านต้องการให้ใครกราบขอร้องเป็นประจักษ์อามิสเช่นนั้นหรือ ถึงได้ดื้อดึง เป็นผู้ว่านอนสอนยาก ได้รับการตักเตือนเกิน3 ครั้งไปกี่รอบแล้วล่ะ(ข้อ12 ของกฎแห่งพนักงานองการสื่อสารมวลชนของพระพุทธเจ้านะ) จงรักษากฎเถิด. เราก็ยังรักท่านอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง. ท่านล่ะ กลับเนื้อกลับตัวได้หรือยัง. ทั้งนักบวช และคฤหรรส