สวัสดีครับ ขอเล่าครับ
ผมเกือบหลงทางเซียนจนได้มาพบบทความของ ดร.เมื่อหลายเดือนก่อนผมมีความสนใจในการศึกษาพระเครื่องอย่างจริงจังแบบว่าดูเองให้ได้แบบไม่ต้องพึ่งใคร ผมก็เรียนจบสายวิทย์คณิตเหมือนกัน ผมคิดว่าไม่น่าเกินความสามารถ ที่ผ่านมาผมก็ได้เห็นความคิดของคนเป็นเซียนผลลัพท์ของเซียนคือเงิน อำนาจ แต่ความคิดของครูนั้นคือความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง เซียนก็รู้หลักการทางวิทยาศาสตร์เหมือนกันแต่นิยามของเซียนทำให้ผู้อ่านเข้าใจแบบไม่ถูกต้อง ผมขอยกตัวอย่างเช่น เซียนบอกว่าพระสมเด็จจะต้องมีคราบราขาวๆขึ้นตามซอก แต่ที่จริงแล้วถ้าเป็นราจริงมันต้องเจริญเติบโตในที่ๆมีอากาศร้อนชื้น และมีธาตุอาหาร ถ้ามีครบมันก็เจริญเติบโตแบบไม่หยุดถ้าไม่มีมันก็ตาย แต่ที่จริงแล้วมันเป็นการเกิดคราบของแคลเซียมคาบอนเนส(คราบปูนขาวที่ได้จากการเผาปูนหรือเปลือกหอย) ภาษาของอาจารย์เรียกว่าปูนสุก ที่เกิดจากการคายไอระเหยของน้ำปูนจากภายในและเมื่อมาสัมพัสความชื้นจากภายนอกทำให้ไอระเหยของปูนมาจับตัวกันเป็นแ่ผ่นขาวเคลือบบางๆ บางจุดก็หนา
เป็นตัวอย่าที่มองให้เห็นว่าเซียนไม่ได้บอกถึงเหตุผลการเกิดคราบรอยต่างๆให้เห็นอย่างชัดเจน(หรือว่าเซียนรู้ไม่จริงก็ไม่ทราบ) แต่สิ่งที่ผมได้จาก คุณครู ดร.แสวง คือความรู้มาต่อยอดความคิดของตัวเองในความคิดผมวิทยาศาสตร์ก็ยังชัดเจนที่สุดสามารถตรวจสอบได้ถึงความเก่า การพัฒนา คราบ และชนิดของเนื้อต่างๆด้วย ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจอะไรหลายอย่างแต่ก็ยังไม่รู้ว่าถูกหรือผิดต้องรอส่งการบ้านให้คุณครูตรวจหน่อยจะได้รู้ว่าการพัฒนาของตัวผมเองไปถึงไหน ทำถูกหรือผิด มีการบ้านอีหลายชิ้นเลยที่รอส่ง และมีอีกสองสามชิ้นที่มีข้อสงสัย
ถ้ากระทู้นี้ผิดพลาดประการใดหรือเป็นการรบกวนอาจารย์และเพื่อนสมาชิก
ผมต้องกราบขออภัยทุกๆท่านไว้ ณ.ที่นี้ด้วยและนอมรับฟังคำติชอบเพื่อนำไปพัฒนาครับ
ขอบคุณครับ