" ดอกไม้ไร้ชีวิต "  ผมอยากจะเปรียบเทียบกับสิ่งๆนึงจะได้มั๊ยค้าบ ผมต้องขออนุญาติพี่ก้ฃ่อนนะครับกับงานที่พี่เขียนลงในวันนี

" ดอกไม้ไร้ชีวิต " ก็เปรียบได้กับงานกิจกรรมต่างๆ คือถ้าไร้ซึ่งคนขับเคลื่อนแล้วไซ้งานก็จะไม่ออกมาไม่ดี แต่ถ้าดอกไม้ดอกนั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้วนั้นก็เหมือนกับงานกิจกรรมที่มีแต่ไออุ่นแห่งกิจกรรม ความสนุกสนาน และผู้เข้าร่วม

ผมขออนุญาติใช้เวทีนี้พูดอะไรกับพี่แล้วกันนะครับว่า

       ครั้งแรกที่ผมได้เห็นพี่ ได้รู้จักกับพี่นะ ผมไม่ชอบพี่มากๆๆเลย  ผมว่านะพี่ปากจัดมากมาย ด่าเก่ง พูดมาก อะไรอย่างนี้นะครับ คือตรงๆเลย คือ ไม่อยากเจอน่าเลย

         แต่พอผมได้รู้จักกับพี่มากขึ้นๆนะครับผมรู้สึกว่าผมชอบสไตร์พี่เข้าแล้ว  ผมชอบที่พี่จะด่า จะว่า เพราะทุกสิ่งที่พี่พูดไปนั้นคือเหตุผมทั้งนั้น  และแนวทางการทำงานและกิจกกรมที่พี่ทำนั้นมันแหวกแนวดีผมชอบที่พี่ชอบคิดเพราะผมก็ชอบคิด แต่นิสิยผมคือจะบอกกับตัวเองเสมอว่าใครคิดได้ก็ได้ คิดไม่ได้ก็ชั่งมัน ไปประมาณนี้ แต่พี่นั้นผมชอบอย่างคือ คิดแล้วบอกน้องๆนักกิจกรรมให้รู้ นี่แหละค้าบที่ผมชอบสไตร์พี่มาก

        ในสายตาผมนะ ที่ผมรู้จักพี่ครั้งแรกเลยพี่ก็เหมือนกับดอกไม้ที่ไร้ชีวิตของผม

         และในสายตาผม ณ ตอนนี้พี่คือดอกไม้ที่สดชื้นและมีชีวิตของผม

         และผมจะสารภาพบาปอีกว่าการที่ผมมาเป็นสภาในปีที่ 2 เนื่องมาจากอิทธิพลของพี่ส่วนนึงค้าบและอีกส่วนคือความผุกพันธ์ของผมเองก็ว่าได้

         ผมเคยคิดนะค้าบว่าผมทามายเหลือเวลาที่จะได้ทำกิจกรรมน้อยนิดจังเลยอีกไม่นานก็จบแระ ผมจะได้ทำกิจกรรมอีกแค่ ปีเดียวเองหรือ บางครั้งผมคิดแล้วผมถึงกับน้ำตาคลอเลยทีเดียวเพราะผมรักในกิจกรรมมั้งค้าบถึงน้ำตาคลอเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา และบางครั้งผมก็หดหู่นะค้าบที่จะได้ร่วมงานกับบุคคลที่ผมเคยบอกว่า ผมตามหามาตั้ง 2 ปี และวันนี้ผมก็ได้พบบันทึกนี้ผมได้บันทึกด้วยความเศร้านิดๆ น้ำตายังไม่ไหลออกมานั้นอาจจะเป็นเพราะผมยังเหลือเวลาที่จะได้ร่วมงานกับนักกิจกกรมคนนี้และทำกิจกรรมอยู่มั้งผมเลยยังไม่ร้องไห้กับมัน

        ผมไม่อยากจะมองภาพกิจกรรมตอนนี้เท่าไหร่นักเพราะเท่าที่ผมมองในตอนนี้คือ ความคิดนักกิจกรรม มมส. กำลังเป็น ดอกไม้ไรชีวิต ผมว่าไปคงถูกนะครับ

        ผมเป็นห่วงอนาคตกิจกรรม มมส. จังเลยค้าบพี่ นี่คือสิ่งที่ผมอยากพุดมานานแล้ว

    " พลังที่พี่มี : คือชีวิตของดอกไม้ที่ชื่อ กิจกรรม "