สวัสดีค่ะคุณ nmintra

ยินดีค่ะ หากว่าบันทึกนี้มีประโยชน์กับผู้ที่สนใจ....จริงๆโดยส่วนตัวแล้วเป็นเด็กใกล้วัด ปู่ย่าตายาย เข้าวัดและถือศีล ๘ วันวันพระ/วันโกน...บรรยากาศเช่นนี้ ที่ซึมซับมา ทำให้ มีต้นทุนติดตัวมาดี   เลยต่อยอดได้บ้างค่ะ :-))

ท่านเจ้าคุณพระราชญาณกวี (บุญชวน) ท่านสอนอะไรที่ล้ำลึก  สมกับที่ท่านเป็นสหายธรรมของท่านพุทธทาส  แ่ต่น่าเสียดาย ผลงานท่านไม่ีค่อยมีใครรวบรวมไว้ ..

อุโบสถวัดขันเงิน ได้ถูกปรับปรุงไปมาก  ภายใต้การดูแลของท่านเจ้่าคุณพระธรรมโกศาจารย์ (องอาจ) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน  วัดร่มรื่น พรรณไม้เก่าๆยังรักษาไว้ตั้งแต่ไม้ดั้งเดิม    ผู้เขียนแวะไปกราบพระทุกครั้งที่กลับไปเยี่ยมบ้านค่ะ  ถึงแม้บางครั้งท่านเจ้าคุณติดกิจนิมนต์ที่อื่น

ในสมัยเด็กๆ   ได้ติดตามผู้ใหญ่ไปวัด  เท่าที่ได้รู้จักท่านเจ้าคุณองค์ปัจจุบัน  ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดขันเงิน ตั้งแต่สมัยท่านเจ้าคุณพระราชญานกวี ยังไ่ม่สิ้น  เราเรียกท่านกันว่า ท่านมหาองอาจ 

.. เจ้่าคุณพระธรรมโกศาจารย์ (องอาจ) อุทิศตน ทำหน้าทีสอน ปริยัติกับพระและเณรในวัด  มานานจนปัจจุบัน และการฝึกกรรมฐานทุกปี  ล่่าสุดที่บ้านนินมต์เจ้าคุณเนื่องวันทำบุญสงกรานต์ที่ผ่านมา  ก่อนกราบลาพระ ได้มีโอกาสถามไถ่ เรื่องการสอน/สอบของ พระเณรที่สอบผ่านธรรมบาลีสนามหลวง ..

 ได้รับฟังคำสอนที่ชวนคิดทุกครั้งที่นิมนต์มาที่บ้าน   ..ปีนี้ยกประเด็น คำถวายสังฆทาน " .///..มตกภตฺตานิ//.... ".. มักจะพูดสลับกัน จาก "มตก" .. เป็น" มกต"..ท่านเจ้าคุณว่า ในภาษาบาลี ให้ความหมายต่างไปโดยสิ้นเชิง  

"มตก"   แปลว่า.. มรดก ... ไม่ได้หมายถึงเพียง ทรัพย์สิน เงินทอง   แต่รวมไปถึง  ความเป็นอยู่ ความรู้สึก  การรับรู้ วิธีการปรุงอาหาร ฯลฯ โรคต่างๆ อันเป็นธรรม   ก็รับส่งมาจากบรรพบุรุษทั้งนั้น   เราอนุชนก็รับไว้ และร่วมพิจารณาธรรมะ เหล่านั้น  ไม่ใช่รับแต่ทรัพย์สิน 

ขอบคุณที่แวะมา ฝากความเห็นไว้แลกเปลี่ยนค่ะ:-))