หัวข้อ การเพิ่มผลผลิตของทรัพยากร
(Productivity Improvement)
โดย อาจารย์ลิขิต หงส์ลดารมภ์
นักวิชาการอิสระ และที่ปรึกษา บริษัท ทีทีซี น้ำดื่มสยาม จำกัด
21 พฤษภาคม 2556
วันนี้ผมขอแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ทัศนคติ และแนวทางบริหาร ว่าเราบรรลุเป้าหมายและความปรารถนาของตนเอง และขณะเดียวกันเรามีส่วนร่วมในการเพิ่มผลผลิตให้องค์กรมากน้อยเพียงใด อย่างไร
1) โดยปกติเราคิดว่าผลผลิต หรือประสิทธิภาพทางการผลิตของเราขึ้นอยู่กับอะไร
- ทำงานให้มากๆ ไว้ ถึงเย็น ค่ำ ก็จะได้ผลผลิตมาก
- ทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กันไป
- เลื่อนกำหนดเวลาออกไป ถ้าทำไม่ทัน
จากประสบการณ์ พฤติกรรมนี้ ท่านคิดว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ หรือความภาคภูมิใจ หรือความเครียด ความเบื่อหน่ายต่อตนเอง และส่งผลกระทบต่อผลผลิตโดยรวมในที่สุด
2) เรามีเป้าหมาย และความปรารถนาที่จะทำงานในองค์กรนี้อย่างไร
• เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว
• คำนึงถึงเป้าหมายที่ทำ
• ทำงานอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
3) บริษัทมีปรัชญา และมีสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราบรรลุเป้าหมายหรือไม่ (โปรดเรียงลำดับ)
§ มีสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์ที่เอื้อให้เราบรรลุเป้าหมายส่วนตัว
§ มีการตอบแทนที่เหมาะสม หรือเป็นที่พอใจในระดับใด
§ มีช่องทางให้เราเติบโตไปตามความสามารถของเรา
§ บริษัทมีการเติบโตที่ดีและมีความมั่นคง
§ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี
§ มีหลักการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงที่ดี
§ เป็นสถานที่เรียนรู้และสร้างประสบการณ์ที่ดี
§ อื่นๆ
4) เมื่อเราประเมินสภาพแวดล้อม และสถานภาพปัจจุบัน กับความปรารถนาแล้ว เราจะเลือกทางเดินในอนาคตอย่างไร
§ ทำงานไปเรื่อยๆ รอจังหวะที่ดีกว่า
§ ขวยขวายปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการผลิต และการปฏิบัติงาน
§ ทบทวนปรับปรุงปรัชญา ดูว่าเราเข้ากับงานที่ทำอยู่ได้หรือไม่ และแนวทางปฏิบัติตน เพื่ออนาคตและผลงานที่ดีขึ้น ของตนและขององค์กร
§ แสวงหาองค์กรที่ดีกว่าที่เหมาะกับจริตของตน
§ ฝากผี ฝากไข้ ไว้กับเจ้าของ หรือกับบริษัทนี้
§ เป็นเพียงที่พักระหว่างทางของเส้นทางชีวิต
อยากให้ทุกคนได้คิด แล้วคิดไว้ในใจ
บทที่ 1 หน้าที่ความรับผิดชอบพฤติกรรมปกติของผู้จัดการที่ดี
-ทบทวนหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ ในฐานะผู้รับเงินเดือนจากบริษัท
-เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อองค์กร
-ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเครื่องจักร ทุน ทุนมนุษย์ เทคโนโลยี ความรู้ ภายใต้การบริหารของตนให้ได้ผลสูงสุด(ทุนมนุษย์สำคัญมากเพราะเป็นยุคแห่งความรู้)
-หาทางเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยเครื่องจักร โดยเน้นประสิทธิผลโดยเฉพาะของทรัพยากรมนุษย์
ผลสะท้อนกลับ
-องค์กรมีรายได้เพิ่มขึ้น และนำมาลงทุนขยายงานต่อเนื่อง เพิ่มขนาดและธุรกิจของกิจการ เป็นแหล่งรายได้ที่ถาวรของคนทำงาน
-ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อคนทำงาน
-สร้างความเจริญก้าวหน้า และความยั่งยืนขององค์กร เพื่อเป็นแหล่งอาชีพที่ดียิ่งขึ้นของผู้ทำงาน
มุมขัดแย้ง
จากการสำรวจของ Towers watson ประเทศหรัฐอเมริกาของบริษัทใหญ่ทั่วโลก 48% ของผู้ตอบคำถาม พบว่า ผู้จัดการระดับกลาง
• ไม่มีเวลาบริหารความรับผิดชอบ
• ไม่มีคุณสมบัติ ความเชี่ยวชาญที่จะพัฒนา ส่งเสริมผู้ปฏิบัติในทีมงาน และที่อยู่ระดับต่ำกว่าในการเพิ่มผลผลิต
การแบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบในองค์กร
เป้าประสงค์เพื่อสอบทานความเข้าใจในภาระหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหารระดับสูง (เจ้าของ กรรมการ และผู้บริหาร)
คิดว่านายต้องทำอะไร
§ กำหนดเป้าหมายของบริษัท สิ่งที่มีอยู่คือ Support team ต้องเข้มแข็ง คือ ผู้สร้างระบบด้านซอฟแวร์ ด้านบัญชี ด้านการวิเคราะห์
§ กำหนดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย
§ การคาดหวังความร่วมมือ และการประเมิน การมีส่วนร่วมของผู้ทำงานเพื่อให้องค์กรเจริญก้าวหน้า
§ กำหนดยุทธศาสตร์ วัฒนธรรม ประเภทสินค้า และตลาดที่เหมาะสม
การจัดสรรเพิ่มทุนตามกิจกรรม
ผู้บริหารระดับกลาง และระดับปฏิบัติการ คิดว่าเราต้องทำอะไร
· กำหนด วิเคราะห์ และจัดสรรต้นทุนการผลิต
ต้องคิดว่า ผู้บริหารใช้เวลาเหมาะสมกับต้นทุนหรือไม่
· กำหนด และวิเคราะห์ต้นทุนค่าแรงงาน
ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ต้องฝึกอบรมให้พนักงานพัฒนาความสามารถขึ้นด้วย
· กำหนด และวิเคราะห์ต้นทุนการตลาด การขาย จัดส่ง และสต็อค
· วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการผลิต
· จัดให้มีการฝึกอบรมแรงงาน
· ศึกษาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และความเหมาะสมของแรงงาน
· จ้างคนที่เหมาะสมกับงาน และมอบหมายให้ถูกคน (ตรงกับความสามารถ)
· ยกระดับความสุขของแรงงาน
· ส่งเสริมทัศนะคติ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และความรัก ความซื่อสัตย์ต่อองค์กร (Loyalty)
ให้ทุกท่านคิดต่อว่า ทำได้กี่ข้อ
· ศึกษา กำหนดการใช้ประโยชน์เต็มที่จากปัจจัยการผลิต เช่น เครื่องจักร แรงงาน กระบวนการ และเทคโนโลยี
· กำหนดกระบวนการผลิต และองค์กรของการบริหารการผลิตให้มีประสิทธิภาพ
· จัดให้มีห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ และประหยัด
· ปรับปรุง พัฒนา และยกระดับกระบวนการทางธุรกิจ ด้านความเสี่ยง รวมถึงการกำหนดเป้าหมาย
· ลดการสูญเสียด้านการผลิต การใช้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น รักษาความตรงเวลาในการส่งมอบ เป็นต้น
· การรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อลดการชดเชย และรักษาภาพลักษณ์
· ประเมินปริมาณเครื่องจักร เครื่องมือถาวร คอมพิวเตอร์ รวมถึงระบบไอที
· วางแผน กำหนด และควบคุมกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
· ใช้เทคนิควิศวกรรม อุตสาหการ เพื่อลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต
· ปรับระดับผลผลิตเป็นระยะๆ โดยการใช้สูตรยอดขายสุทธิ หารจำนวนแรงงาน และใช้เป็นเป้าหมายในการเพิ่มการว่าจ้างแรงงาน เมื่อถึงเวลา
· ท่านลองประเมินตนเองว่า ปฏิบัติหน้าที่ได้กี่............. % ของงานข้างต้น
· มุมขัดแย้ง ผลการสำรวจในต่างประเทศ ผู้จัดการระดับกลางมีบทบาทสำคัญ แต่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจบทบาทของตน และใช้เป็นเพียงบันไดไต่เต้าสู่ระดับสูง
ต่างประเทศมีกาวิจัยออกมาว่าผู้บริหารระดับกลางมีบทบาทสูง ในการขับเคลื่อนธุรกิจมาก
โรงงานน้ำดื่มสยามไม่มีปัญหาเรื่องทุน หนึ่งปีผลิตได้ 360 ล้านขวด
บททดสอบ
ความเข้าใจของท่านต่อพฤติกรรม และความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานภายใต้การบังคับบัญชาของท่าน คิดว่าลูกทีม/ลูกน้องต้องทำอะไร
· มีทัศนะคติที่ดีต่อนายจ้าง ผู้บริหาร หัวหน้า และองค์กร
· ใช้ความรู้ ความสามารถอย่างเต็มที่
· มีความเชื่อมั่นในองค์กร และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมที่ดีขององค์กร
· มีความรักและความซื่อสัตย์ต่อองค์กร
· มีความพอใจในความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะในการทำงาน (สะอาดไม่มีฝุ่นจับในสถานที่ต่างๆภายในโรงงาน)
· พอใจกับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสุขในการทำงาน เช่น อุณหภูมิที่พอเหมาะเพื่อเสริมสร้างสมาธิในการทำงาน รวมถึงการติดต่อประสานงานที่ดี
ในต่างประเทศ เรื่องอุณหภูมิ ก็คิดละเอียด
· มีค่าตอบแทนแรงงานที่เหมาะสมต่อความรู้ และทักษะ
ฝ่ายบุคคลต้องรู้อัตราค่าจ้างของบริษัทอื่นด้วย
· มีผลตอบแทนอื่นๆ ที่เหมาะสม และเสมอกับองค์กรอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
· มีชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม
· ค้นหาตนเองเป็นระยะๆ เช่น ทบทวนว่างานที่ทำนั้น สำเร็จได้ผลจริง ควรมีการปรับปรุงอะไรในวันรุ่งขึ้น หรือใช้ฝีมือ ความสามารถเต็มที่แล้ว หรือไม่ ต้องมีการแลกเปลี่ยนและทดสอบไปเรื่อยๆ
· มีการปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหัวหน้างาน ด้านการปรับปรุงการผลิต ด้านสภาพการทำงาน ความขัดแย้งในทีมงาน การควบคุม การอนุมัติที่เข้มงวด หรือหย่อนยาน
· ลองให้คะแนนลูกน้อง ลองนำสูตรนี้ไปทดสอบ จะเห็นว่า ใครเก่ง ใครควรได้รับการสนับสนุน ใครควรย้ายไปอยู่ที่อื่น และใครควรจะได้รับการปล่อยตัวไปให้บริษัทคู่แข่ง
มุมขัดแย้ง
ผลการสำรวจปรากฏว่า ผู้บริหารจำนวนมากจะละเลยการให้ความสำคัญต่อความปรารถนาของแรงงาน โดยถือเป็นปัจจัยการผลิตที่ไม่มีชีวิต ทำงานตามคำสั่ง หรือที่ได้รับมอบหมาย ขณะเดียวกัน มีความโน้มเอียงตามสัญชาติญาณทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่จะสร้างกลุ่ม สร้างฝูง โดยอุปโลกน์ตัวเองเป็นหัวหน้า แล้วคุณล่ะ ลองสอบทานตัวเองว่า มีพฤติกรรมอย่างไร
บทที่ 2 ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติการ
ทัศนคติ ความทุ่มเทของคนทำงานต่อองค์กร
ประเด็นจี้จุด
· คนทำงานสมัยใหม่อยากมีรายได้ดี ทำงานสนุก แต่ไม่อยากทำงานแห่งเดียวทั้งชีวิต แต่แล้วในขณะเดียวกัน ก็ไม่อยากเปลี่ยนงานทุกๆ 3 ปี
· ฝั่งบริษัทในขณะเดียวกัน ก็อยากเก็บคนที่เหมาะสมไว้ให้นานที่สุด เพราะต้องลงทุนในการพัฒนาฝีมือ การฝึกอบรมและความชำนาญจากงานที่ทำ และคาดหวังความซื่อสัตย์ ความทุ่มเท และรักองค์กร
หาจุดสมดุล เพราะตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง
หาจุดความพอใจระหว่างบริษัทที่ต้องการคนเก่ง คนชำนาญในขั้นปฏิบัติการ ในขณะที่คนทำงานอยากมีโอกาสทางอาชีพ และผลตอบแทนที่ตนต้องการ
- ค้นหาตัวเองว่า องค์กรให้อะไรเรา และทำให้เราคิดอย่างไรต่อองค์กร
- มีความรัก จงรักภักดี ทุ่มเทกับบริษัทอย่างเต็มที่ หรือไม่
- คิดว่า บริษัทมีความพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อม และเงื่อนไขเพื่อเก็บรักษาทรัพยากรมนุษย์ที่ดี และเหมาะสม หรือไม่
ทัศนคติ หมายถึง ความเชื่อ ความรู้สึก และแนวโน้มของพฤติกรรมของคนทำงานต่องานที่ทำและต่อองค์กร
จะหาจุดพึงพอใจอย่างไร
วิธีประสานประโยชน์ระหว่างองค์กรกับผู้ทำงาน เพื่อปรับปรุงทัศนคติ คนทำงานก็ต้องมีการพัฒนาทักษะฝีมือ แรงงาน
วิธีการสร้างความทุ่มเท ที่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ประโยชน์และส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิต
ก. ให้ผู้จัดการแลกเปลี่ยนเป้าหมายทางอาชีพกับผู้บริหารและลูกน้องอย่างใกล้ชิด
ข. แสวงหาจุดเชื่อมระหว่างเป้าหมายของบริษัทกับความประสงค์ของผู้ทำงานทุกระดับหัวใจคือ ต้องมีเป้าหมาย และปรับให้เหมาะสม
ค. แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในการใช้จุดเด่นของคนทำงานในตำแหน่งที่เหมาะสม และพร้อมสนับสนุนคนเก่ง
ง. เน้นความสัมพันธ์ผู้จัดการ หัวหน้ากับคนทำงาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีความสัมพันธ์ในเรื่องความเป็นอยู่ ครอบครัว
วิธีบริหารแบบเก่า คือ บังคับบัญชา (Command)และควบคุม( Control) แต่วิธีการบริหารใหม่คือ การให้อิสระ การแชร์ความรู้ ต้องสร้างความเป็นมนุษย์
จ. สร้างความไว้วางใจ และความนับถือซึ่งกันและกัน รับฟัง มีอิสระในการทำงาน มีการกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวดเกินไป ให้โอกาสในการแสดงออก และมีอำนาจตัดสินใจ ยึดหลักแบ่งปัน ยุติธรรม เอาใจใส่ (share, fair, care) ให้ผู้ปฏิบัติการได้รับการยอมรับ ชมเชย ให้การตอบแทนอย่างเหมาะสม เป็นวิธีที่จะให้คนที่ทำงานกับเรามีความสุข
ฉ. มีความรัก เคารพ นับถือเพื่อนร่วมงาน (นับถือซึ่งกันและกันทั้งนายจ้างและลูกจ้าง)
ช. คนทำงานทุกระดับเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ปฏิบัติอย่างนายจ้าง ลูกจ้าง ให้น้อยไว้ (ให้เกียรติต่อกัน)
ซ. มีความโปร่งใส และไว้วางใจระหว่างนายจ้างและลูกจ้างต้องมีความทำอย่างบริสุทธิ์
ฌ. มีการสื่อสารที่ชัดเจน สร้างความตระหนักต่อผู้ร่วมงานว่า การทำงานที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ดีกว่า
ญ. จัดให้มีกิจกรรมบันเทิง ปล่อยอารมณ์ร่วมกันเป็นครั้งคราว เช่น ท่องเที่ยวร่วมกัน
ฎ. แก้ไขข้อขัดแย้งส่วนตัวระหว่างคนทำงาน
ฏ. จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
ฐ. มีสิ่งล่อใจ เช่น เสื้อฟอร์ม อาหารกลางวัน มีล๊อคเกอร์ส่วนตัว จะทำให้พนักงานมีความรู้สึกดีมากขึ้น
ดร.ทรงพร: ขอให้ผู้เข้าอบรมซักถามข้อที่สงสัย
ถาม
1. จัดหาล็อคเกอร์ส่วนตัว จะทำให้เข้ามีความสุขอย่างไร
ตอบ ทุกคนย่อมอยากได้ Space ส่วนตัว ซึ่งความส่วนตัวเป็นอิสระของความเป็นมนุษย์
2. Turnover ของพนักงานรายวันสูง จะต้องมีวิธีแก้อย่างไร
ตอบ ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ต้องหาปัญหาที่เขาไม่อยากทำงาน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม คือ เดินทางไกล สิ่งแวดล้อมไม่ดี เงินเดือนน้อย
3. ปมของความขัดแย้งในการทำงาน โดยพฤติกรรมทางธรรมชาติ ขอให้อาจารย์ช่วยขยายความ
ตอบ ไม่เอาใจใส่งาน บางทีหัวหน้าฝึกลูกน้องได้ไม่ดี ไม่มีการเพิ่มผลผลิต หัวหน้าต้องกระตุ้นให้ลูกน้องทำงาน เริมสร้างความรักองค์กร
เรื่องผลประโยชน์ทำให้สร้างกลุ่มสร้างพวกได้ ทำให้คนนอกมาแทรกแซง หรือ คนในออกไปข้างนอกเมื่อมีเรื่องเงินเข้ามาทำให้บริหารงานยาก
Workshop
ภาคปฏิบัติ
ให้พิจารณาบทบาทตัวเอง :
1. ท่านคือ ผู้พิพากษา ตัดสินและลงโทษผู้ปฏิบัติงาน และแรงงานเสมือนมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
2. ท่านคือ ผู้กำกับเวที สอน บอกกล่าว เล่าความ แล้วปล่อยให้เล่นตามบท เสมือนอยู่ในโรงละครใหญ่
3. ท่านคือ ผู้ฝึกสอน ฝึกวินัยการทำงานเป็นทีม เป็นโค๊ชไม่รู้จักเหนื่อย อารมณ์ดี มีความแน่วแน่ เสมือนอยู่ในทีมร่วมเดียวกัน
โปรดบันทึก หรือแสดงความคิดเห็นการใช้เวลาในแต่ละวัน
|
- บริหารกระบวนการและสิ่งแวดล้อมการทำงาน บริหารการทำงานของพนักงาน แก้ปัญหา และลง Floor |
|
-นั่งโต๊ะ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์คิดค้นระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อกำกับพนักงาน ทำงานด้านซอฟแวร์ เช่น ทำรายงาน จ้องจับผิด หาทางลงโทษ รายงานเฉพาะเรื่องดีๆ |
|
-ทำงานเร่งด่วน จากวิกฤตหนึ่งไปยังวิกฤตหนึ่งเท่านั้น แต่ลืมเป้าหมายหลัก |
|
-ทำงานที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีผลผลิต แต่สนใจความสนุก |
|
-เน้นทำงานเฉพาะเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้อง และที่เพิ่มผลผลิต |
|
-รับโทรศัพท์ e mail และพูดคุย เพราะนิสัยดีมีเพื่อนมาก |
|
-คิดหาทางให้ลูกน้องสนับสนุน ผลักดันตน สร้างกลุ่มสร้างพวก การใช้ปรัชญาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ - ควบคุม กำกับ พนักงานอย่างเข้มงวด - บริหารจุดเล็ก ละเลยจุดใหญ่ที่สำคัญมากกว่า - ใช้ระบบการบริหารระบอบอนาธิปไตย สร้างกลุ่ม สร้างพวก สร้างความขัดแย้ง - ใช้ความเกรงกลัวเป็นหลักในการบริหาร - เป็นเครื่องมือของผู้บริหารระดับสูง ผ่องถ่ายข่าวสารไปยังพนักงานแต่ไม่บริหาร - ใช้วิธีการเจรจาเป็นหลัก - ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านมนุษย์สัมพันธ์ - ใช้ความรู้ด้านการสื่อสารสัมพันธ์ - ใช้ทักษะความรู้ในการบริหารความขัดแย้ง - ให้เวลาพนักงานในการปรึกษาหารือกลุ่ม และตัวต่อตัว - กระตุ้นให้ทำงานเป็นทีม กระตุ้นความร่วมมือ - ให้มีอุบัติเหตุเป็นศูนย์ - ให้มีการสุญเสียวัตถุดิบ พลังงานน้อยที่สุด ทำการวิเคราะห์ทันที : วินิจฉัยว่า อะไรคือ ปัญหาขั้นนี้ พิจารณาเฉพาะปัจจัยทรัพยากรมนุษย์ อุปสรรคของแรงงาน งานยากเกินไป งานเกินความรู้ ความชำนาญ และความเชี่ยวชาญ ขาดการพัฒนาฝีมือ ขาดจุดกระตุ้น หาวิธีแก้ไขแรงงาน - ปรับลักษณะงานใหม่ - จัดโปรแกรมงานใหม่ - แจกงานใหม่ ย้ายไปทำงานตำแหน่งอื่น และหาคนแทน - เข้าหลักสูตรฝึกอบรม - ปรับเป้าหมายของงานใหม่ |
|
วิธีทดสอบผลผลิต - กำหนดเป้าหมายต่อผลผลิต เช่น กี่ขวดต่อ 1 ชั่วโมง - ทดสอบว่า ผลิตขนาดใด รวดเร็วกว่า และการะบวนการไม่ทับซ้อนเพื่อเสนอแนะปรับปรุง - ประเมินผลงานและผลผลิตกับเป้าหมายรวม และเป้าหมายย่อย - ประเมินความสำเร็จและศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ รวมถึง สัมภาษณ์ ปรึกษาหารือ ประเมินทัศนคติ ท่าที่ ความตั้งใจ ความปรารถนา และการตอบแทน - แลกเปลี่ยนความเข้าใจต่อเป้าหมาย ความสำคัญของความคาดหวัง สอบทาน ทบทวนว่า กรรมวิธีการผลิต และการบริหารแรงงานของท่านสามารถบรรลุเป้าหมายหรือไม่ |
บทสรุป
Øลองสอบทาน และปรับตัวเอง เป็นการใช้เครื่องมือทางจิต
Øทำงานอย่างชาญฉลาด มีหลักการ มีสติ ไม่ใช่อย่างหัวปักหัวปรำ
Øใช้เวลา ทรัพยากร และความรู้ ของตนเองให้เป็นประโยชน์สูงสุด
Øจัดสถานที่ทำงานของตนให้เป็นระเบียบ โต๊ะทำงาน ระบบ e mail แฟ้มเอกสาร
Øจัดเวลาของตน แยกแยะงานที่มีผลผลิตต่ำ สิ่งที่ขัดเวลาและแย่งความสนใจ (คือ ปรับปรุงสมาธิของตัวเราเอง)
Øสอบทานทัศนคติ และแนวทางการทำงานของตนเอง โดยเฉพาะการผลักดันตัวเอง เช่น ชอบทำงานให้เสร็จ ทำงานให้ดี ทำงานให้สุข ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย คิดอย่างสร้างสรรค์ หรือทำไปวันๆ
Øจัดทีมงาน และมอบหมายงานอย่างชาญฉลาด
Øความสามารถในการแสวงหา และใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างชาญฉลาด ลดภาระการมีข้อมูลเกินความจำเป็น
Øจัดระบบองค์กรของตนเพื่อใช้ทรัพยากรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
Øพิจารณาสาระของงาน กระบวนการ และการปฏิบัติงาน
Øมีทัศนคติในเชิงบวกต่อองค์กร ผู้บริหาร ผู้ร่วมงาน และลูกน้อง
ลองทบทวน ปรับปรุงตนเอง จัดลำดับความสำคัญของความคิดท่าน อาจจะค้นพบ และเห็นความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวท่าน นำมาใช้ประโยชน์ต่อตัวท่านและต่อองค์กร
บทส่งท้าย
การบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบทที่ผ่านมาได้เน้นเฉพาะหลักการ และวิธีการคิด และปฏิบัติ และการมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงตรรกะวิชาการ และวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยเท่านั้น
ยังไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงปรัชญา วัฒนธรรม และประเพณีปฏิบัติในสังคมตะวันออก หรือของสังคมไทย เช่น ความจงรักภักดี ความกตัญญูรู้คุณ ความเมตตากรุณา ความเอื้ออาทร ความหวังดีต่อกัน ความเคารพและนับถือ เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การอบรมสั่งสอน การศึกษาค้นคว้า และความเอาใจใส่ และคุณสมบัติของตัวเรา
กลุ่ม 1 เลือกผู้ฝึกสอน เพราะโค้ชคนอื่นจะมีประโยชน์
การใช้ปรัชญาการบริหารทรัพยากรมนุษย์
เลือก ควบคุมกำกับ พนักงานอย่างเข้มงวด
ใช้วิธีการเจรจาเป็นหลัก
ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านมนุษย์สัมพันธ์
ให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์
จัดลำดับเมื่อผลผลิตต่ำคือ1. เครื่องจักร เครื่องมือ 2. อุปสรรค คอขวด 3. แรงงานไม่พอ 4. ระบบตรวจสอบคุณภาพล่าช้า
วิธีแก้ไขแรงงาน ต้อง เข้าหลักสูตรฝึกอบรม ปรับเป้าหมายงานใหม่ แจกงานใหม่ จัดโปรแกรมงานใหม่
กลุ่ม 2 ไม่ว่าจะเลือกอะไร ต้องรู้บทบาทของตัวเอง ขอเลือกผู้กำกับเวที
การใช้เวลาในแต่ละวัน
- บริหารกระบวนการและสิ่งแวดล้อมการทำงาน บริหารการทำงานของพนักงาน แก้ปัญหา และลง Floor 30%
-นั่งโต๊ะ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์คิดค้นระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อกำกับพนักงาน ทำงานด้านซอฟแวร์ เช่น ทำรายงาน จ้องจับผิด หาทางลงโทษ รายงานเฉพาะเรื่องดีๆ 20%
-ทำงานเร่งด่วน จากวิกฤตหนึ่งไปยังวิกฤตหนึ่งเท่านั้น แต่ลืมเป้าหมายหลัก10%
-ทำงานที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีผลผลิต แต่สนใจความสนุก10%
-เน้นทำงานเฉพาะเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้อง และที่เพิ่มผลผลิต10%
-รับโทรศัพท์ e mail และพูดคุย เพราะนิสัยดีมีเพื่อนมาก10%
-คิดหาทางให้ลูกน้องสนับสนุน ผลักดันตน สร้างกลุ่มสร้างพวก2%
การใช้ปรัชญาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เลือกการใช้ทักษะความรู้ในการบริหารความขัดแย้ง
ทำการวิเคราะห์ทันที : วินิจฉัยว่า อะไรคือ ปัญหาขั้นนี้ พิจารณาเฉพาะปัจจัยทรัพยากรมนุษย์
หาวิธีแก้ไขแรงงาน
- ปรับลักษณะงานใหม่
- จัดโปรแกรมงานใหม่
- แจกงานใหม่ ย้ายไปทำงานตำแหน่งอื่น และหาคนแทน
- เข้าหลักสูตรฝึกอบรม
- ปรับเป้าหมายของงานใหม่
กลุ่ม 3 ขอเลือกผู้ฝึกสอน ฝึกการมีวินัยในการทำงานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน
การใช้เวลาในแต่ละวัน
- บริหารกระบวนการและสิ่งแวดล้อมการทำงาน บริหารการทำงานของพนักงาน แก้ปัญหา และลง Floor 25%
-นั่งโต๊ะ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์คิดค้นระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อกำกับพนักงาน ทำงานด้านซอฟแวร์ เช่น ทำรายงาน จ้องจับผิด หาทางลงโทษ รายงานเฉพาะเรื่องดีๆ 5%
-ทำงานเร่งด่วน จากวิกฤตหนึ่งไปยังวิกฤตหนึ่งเท่านั้น แต่ลืมเป้าหมายหลัก40%
-ทำงานที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีผลผลิต แต่สนใจความสนุก2%
-เน้นทำงานเฉพาะเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้อง และที่เพิ่มผลผลิต25%
-รับโทรศัพท์ e mail และพูดคุย เพราะนิสัยดีมีเพื่อนมาก3%
-คิดหาทางให้ลูกน้องสนับสนุน ผลักดันตน สร้างกลุ่มสร้างพวก0%
การใช้ปรัชญาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เลือกการใช้การเจรจาเป็นหลัก ใช้ความรู้ด้านการสื่อสารสัมพันธ์ และใช้ความรู้ในการบริหารความขัดแย้ง กระตุ้นความร่วมมือเป็นทีม ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์
เมื่อผลผลิตงานต่ำเรื่องที่สำคัญ คือ ไม่มีการประสานงานกันในแนวราย เรืองเครื่องจักร ระบบตรวจสอบคุณภาพล่าช้า
อุปสรรคแรงงาน ขาดแรงกระตุ้นในการทำงาน
หาวิธีแก้ไขแรงงาน
- พิจารณาเรื่องสิ่งกระตุ้น
- จัดระบบโบนัส พิจารณาผลตอบแทน
- เข้าหลักสูตรฝึกอบรม
- ปรับเป้าหมายของงานใหม่
อ.ลิขิต:บทบาทที่ทดสอบแล้ว ผู้ฝึกสอนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
การใช้ปรัชญาการบริหารคือใช้เรื่องการเจรจา การสื่อสาร การบริหารความขัดแย้ง กระตุ้นการทำงานให้บรรลุเป้าหมายใหญ่ ทำงานเป็นทีม
หากผลผลิตต่ำ มีวิธีหลักๆคือ เครื่องจักรขาดการบำรุงรักษา เครื่องจักรชำรุด
ไม่มีการประสานในแนวราบ แรงงานไม่เพียงพอ ต้องมีวิธีแก้คือ ต้องฝึกอบรม
ฝ่าย HR ต้องดูแลเรื่องการจัดอบรม พัฒนาบุคลากร
ดร.ทรงพร: ขอบคุณท่านอาจารย์ลิขิตที่มาแชร์ความรู้ และทำให้ทราบว่าเรายังขาดทักษะอะไร
อ.จีระ: กิจกรรมนี้ เป็นการทำแบบทดสอบ นอกจากเรื่องlearn share execution แล้ว ต้องมีผลตอบรับจากทุกท่าน
สิ่งที่ผมทำสำเร็จ คือ การอบรมของ กฟผ.เรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ Share หาข้อแก้ไขร่วมกัน จะสามารถเพิ่มโอกาสได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นต้องฉกฉวยโอกาส และทำการอบรมและมีการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง
ผู้เข้าอบรมต้องดูว่าก่อนเรียนและหลังเรียนแล้วดูว่าสิ่งที่เปลี่ยนจะเปลี่ยนperformance อย่างไรบ้าง เพราะกำไรของบริษัทอยู่ทุ่นมนุษย์ อยู่ที่ปัญญา Networking เรื่องเทคโนโลยี การใช้ Social media และไปสู่ Value creation