หัวข้อ วิเคราะห์ประเด็นท้าทายของโรงงานในยุคที่โลกเปลี่ยน
(Analyze the challenge issues of factory in changing world)
โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
คุณอนุรัตน์ ก้องธรณินทร์
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
คุณอนุรัตน์: เป็นโอกาสดีที่ได้แบ่งปันกับวปอ.ที่ได้มีโอกาสไปอบรม ดร.สุวิทย์ เปิดโลกทัศน์ให้เห็นว่า โลกอยู่ในห้วงของความสุดโต่งของความผันผวนเป็นอย่างมาก คือด้านภัยธรรมชาติเกิดน้ำท่วม แผ่นดินไหวภัยแล้ง
ความสุดโต่งทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน ในยุคต้มยำกุ้ง มีวิกฤติเกิดขึ้นตลอดเวลา
ความสุดโต่งทางสังคม ทั้งวัฒนธรรม ค่านิยมที่ต่าง
ความสุดโต่งทางด้านโรคระบาด
ความโกลาหลด้านการเมือง
จุดแข็งของน้ำดื่มสยาม คือ จุดแข็งด้านคุณภาพ
ด้านท้องถิ่น เกิดปัญหาความยากจน
จากข้างต้น ต้องมีการรับมือในการบริหารความเสี่ยง ปัจจุบันเราเรียกร้องทางประชาธิปไตย แต่สิ่งที่ปัญหา คือ เรื่องจริยธรรม คุณธรรม เพราะอยู่ในอำนาจของทุนนิยม การเกิดความขัดแย้ง เกิดภัยการเมือง การแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ซึ่งเชื่อว่า เกิดในองค์กรเช่นกัน
การShare vision คือ การสร้างแผนร่วมกัน การรวมจิตใจให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่แบ่งพวก
บทสรุปของหนังสือ สถานการณ์แข่งขันของประเทศไทยน่าเป็นห่วงทั้งเรื่องการศึกษา สังคม หากไม่ปรับตัวก็จะไปไม่รอด ต้องไม่พึ่งรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ภาคเอกชนต้องช่วยเหลือตนเองด้วย
เมื่อ AEC เปิด อาจจะมีบริษัทต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องรับมือตลอดเวลา ประเด็นที่สำคัญต้องเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนความคิด
ขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยไม่ได้เดินหน้าเท่าที่ควร มีการปรับค่าแรง รถคันแรก แต่มองดูแล้วดีอย่างผิวเผิน ในทางกลับกันต้องคิดว่ามันดีจริงหรือไม่
เรื่อง Iceberg ปัญหาบางอย่างมันฝังลึก ภัยพิบัติ การเมือง จะมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง เราจะรับมืออย่างไร
สิ่งที่ซ่อนอยู่ความอ่อนแอของสังคม คือ ติดค่านิยมทางด้านวัตถุ ความฟุ่มเฟือย นำพาให้ประเทศล่มจม ลูกหลานในอนาคตจะเป็นอย่างไร
อ.จีระ บอกว่าต้องหาทิศทาง ทุนมนุษย์ต้องดึงศักยภาพอย่างเต็มที่ ต้องมีการอบรม
โรงงานน้ำดื่มสยาม ต้องใช้ประโยชน์ของทุนมนุษย์ให้ดี
ปัญหาต่อไปการถดถอยของทรัพยากร ว่าแหล่งน้ำจะอยู่ต่อเนื่องได้กี่ปี และจะคงคุณภาพได้อีกกี่ปี
จริยธรรม คุณธรรม ก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง
ประเทศไทย Manpower structure อยู่ในสังคมอาวุโส ซึ่งวัฏจักรเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องรับมือกับการเกษียณอายุ ต้องหาคนรุ่นใหม่มารองรับเพื่อความยั่งยืน
เมื่อ AEC เปิด สมองคนไทยอาจจะไหลไปต่างประเทศ แต่ชาวต่างชาติก็จะมาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น
โดยสรุปคุณภาพของทุนมนุษย์ของประเทศไทย ยังด้อยกว่าต่างประเทศ
การทำธุรกิจต้องทำตามวงจรนี้
- Plan
- do
- check
- action
ประเด็นส่วนโรงงานมีความท้าทาย และปรับตัวอย่างไร
- ท่านจะรับมือกับภัยเสี่ยงทางธุรกิจอย่างไร ๆ quality management program
- การบริหารจัดการความเสี่ยง ท่านทำแล้วหรือยัง
- Action plan เป็นอย่างไร ต้องมีการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป
AEC มีทั้งโอกาส และภัยคุกคาม เพราะประเทศมีการเติบโตในอาเซียนค่อนข้างชัดเจน เชื่อว่า ต่างประเทศต้องเข้ามาในประเทศไทยเยอะมาก ทำให้ต้องรับมือ และต้องช่วยกันคิดกลยุทธ์ที่จะนำมาปรับใช้ ซึ่งวิสัยทัศน์ต้องเปลี่ยนให้เป็นผู้นำทางการตลาดน้ำดื่มให้ชัดเจน และสร้างสรรค์วิสัยทัศน์ให้ชัดเจนขึ้น
ผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่สุด คือ ผู้ที่ปรับตัว
อุตสาหกรรมน้ำดื่ม เคยทำ Benchmark เปรียบเทียบกับบริษัทชั้นนำของโลกหรือไม่ ว่ามีคุณภาพ มีเครื่องจักรอยู่ในอันดับเท่าไหร่ของโลก อัตราการผลิตของน้ำดื่มสยามวัดออกมาจริงๆแล้วได้เท่าไหร่ Quality management program ต้องทำอย่างจริงจัง หากไม่มีจะน่าเป็นห่วงมาก หรือทำ Six-Sigma ต้องมีความมุ่งมั่น และท้าทายมาก แต่ไม่เกินความสามารถแน่นอน
ระบบการจัดการที่ดี จำเป็นมากที่ต้องรีบทำ หากไม่ทำจะเสี่ยงมาก และจะอยู่ได้อย่างไม่ยั่งยืน
เตรียมตัวพัฒนาเจ้าของในอนาคต ซึ่งมีความจำเป็นมากและต้องมีแผนอย่างชัดเจน
กุญแจแห่งความสำเร็จ
- โปรแกรมที่จัดอบรมต้องมีคุณค่า และคิดร่วมกับฝ่าย Hr รวมถึงผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านนั้นๆ
- โปรแกรมสร้างภาวะผู้นำ สร้างให้มีความรู้หลายมิติ ทั้งการเรียนรู้หลายมิติ team work
- ในทุกองค์กร ขอให้มีคนเก่ง คนดี 30% องค์กรก็ไปรอด
- จุดประกายให้คนมีแรงบันดาลใจ มีกิจกรรมนำพา มีวงสนทนา
- สมาชิกครอบครัวอย่างเดียวทำไม่ได้ พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการผลักดันองค์กรให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างยั่งยืน
สุภาษิตของชาวแอฟริกา ทุกเช้าตัวละมั่งต้องวิ่งหนีสัตว์ที่จะมากิน เช่นกันสิงโตก็ต้องวิ่งหาเหยื่อ เปรียบได้กับ คนเราตื่นมาต้องมีความตื่นตัว พร้อมที่จะทำงาน หาความรู้ใหม่ๆเสมอ
คนที่แข็งแกร่งที่สุด ขึ้นอยู่กับคนที่มีความแกร่ง มีความเก่ง ฉลาด และต้องปรับตัวให้ทันกับเวลาด้วย
คำถามจากคุณอนุรัตน์
- ท่านจะรับมือกับภัยเสี่ยงทางธุรกิจอย่างไร
- การบริหารจัดการความเสี่ยง ท่านทำแล้วหรือยัง
- Action plan เป็นอย่างไร หรือโปรแกรมการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างไร
ขอให้มีการวางแผนอย่ารีบทำ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จกว่าครึ่ง อีกครึ่งหนึ่งอยู่ความมุ่งมั่น และ มีPlan do check action หรือไม่
อ.จีระ: การอภิปรายวันนี้มาจากdiversity ต้องเข้าใจกระบวนการเรียนรู้ และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันได้
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์: ขอพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนไป วันนี้มีสิ่งท้าทายอยู่ 3 เรื่อง
1. Cost push
2. เรื่องlogistic การขนส่งที่จะแพงขึ้น ในระยะทางที่เกิน 200 กิโลเมตร
3. น้ำดื่มที่มีอยู่หลายยี่ห้อในตลาด ต้องคิดว่าต้องทำยังไงที่ทำให้น้ำดื่มแตกต่างจากคู่แข่ง
- ตัวอย่างเช่น หากน้ำดื่มสยามหายไปคนซื้อจะกินน้ำดื่มอะไรแทน เป็นสิ่งที่ต้องคิด
- ล่างซ้าย น้ำดื่ม
- ขวาล่าง เหล้า
- ซ้ายบน นม
- ขวาบน เครื่องดื่มตามแฟชั่น
ขอแนะนำว่าท่านผู้บริหารต้องมีให้ครบทั้ง 4 ประเภท ถึงจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน
เวลาเข้า อาเซียน ต้องทำตัวให้มีค่า และต้องหาpartner ไม่สามารถยืนอยู่คนเดียวได้
สิ่งแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนไป
1. ทางเทคโนโลยี หมายถึง ความรู้พิเศษที่โรงงานจะต้องรู้ เพื่อเป็นผู้นำในการแข่งขันและการธำรงคุณภาพของสินค้าและบริการ เป็นต้น
- สิ่งที่ HR ต้องคิด คือ คนประเภทไหนที่ประสบการณ์สะสม ให้มาแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้
- Software สิ่งที่ทำให้ชนะคู่แข่ง 2% 10 จุด
- Hardware ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างชาญฉลาด
2. ด้านกฏหมาย หมายถึง การปฏิบัติตามกฏ ระเบียบของสังคมและทางราชการ เช่น ด้านอาชีวอนามัยและหลักธรรมาภิบาล เป็นต้น เมื่อเปิด AECจะเจอกฎหมายแปลกๆ เจอกติกาสากลใหม่ๆมากขึ้น
- สมัยก่อนจะเลือกคนเก่ง แต่มักจะอยู่ไม่นาน แต่ปัจจุบันอาจจะเลือกคนที่ไม่ค่อยเก่งแต่สามารถอยู่กับเราได้นาน
- เฉพาะสิ่งแวดล้อม มี 6 ประการ
1) ด้านการเมือง ระดับชาติดูนักการเมือง ระดับจังหวัด ดูเจ้าหน้าที่ ระดับretail ดู
2) เศรษฐกิจ ดูSource of cost of fund
3) สังคม เคยถามโรงงานบริเวณรอบๆหรือไม่ ว่ารู้สึกอย่างไรกับโรงงาน้ำดื่มสยาม
4) ทางด้านเทคโนโลยี
5) สิ่งแวดล้อม กฎธรรมชาติ เช่น ปัจจุบันโรคในโลกนี้ใช้ยาปฏิชีวนะไม่ได้แล้ว เพราะเชื้อโรคดื้อยา สิ่งแวดล้อมของแหล่งน้ำของท่านจะปลอดภัยได้อีกนานหรือไม่
6) กฎหมาย
ประเด็นท้าทายของโรงงานที่เรียกว่า พลังทั้ง 5 ทางการตลาด
1.คู่แข่งหลัก (Rivalry) หมายถึง โรงงานคู่แข่งสำคัญที่สุด ที่โรงงานของท่านต้องแข่งขันอยู่ทุก ๆ วัน ดังนั้นความเก่งของคู่แข่งนี้ เป็นประเด็นท้าทายที่สำคัญที่สุด
2.ผู้ขาย (Supplier) โรงงานของเรามีผู้ขายสินค้าสำคัญให้เราไม่น้อย เช่น วัตถุดิบ เคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ โรงงานยุคใหม่จึงต้องเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับ Supplier เหล่านี้ให้ดีกว่าคู่แข่งหลัก ซึ่งอาจซื้อของแหล่งเดียวกัน
3.ผู้ซื้อ (Buyers) คือผู้ที่รับของเราไปขายทั้งผู้ค้าส่งและค้าปลีก โรงงานเราจึงต้องถือเขาเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เช่นเดียวกับ Key Supplier เพราะเขาอาจจะไม่ขายให้เราเจ้าเดียว
4.คู่แข่งหน้าใหม่ (New Entrants) ในปัจจุบันเครื่องดื่มเพื่อบำบัดความกระหายไม่ได้มีแต่ของเรา ดังนั้นผู้บริโภครุ่นใหม่เขาจึงเวียนไปอุดหนุนซื้อยี่ห้อต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะคู่แข่งหน้าใหม่ ซึ่งเราควรมีสินค้าออกใหม่ไปประชันอยู่เสมอ
5.สินค้าทดแทน (Substitute) น้ำดื่มบริสุทธิ์เป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่มีวิธีที่ผู้บริโภคทำให้น้ำสะอาดทดแทนกันได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค เช่น ซื้อเครื่องกรองน้ำหรือแม้แต่น้ำหยอดเหรียญอยู่ในกลุ่มนี้
ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ต้องมีการจัดอบรม การที่จะฝึกคนให้นิ่งได้ ต้องมี 3 ข้อดังต่อไปนี้
1. มีบารมี มีคนเกรงใจ
2. บางอย่างจะเปลี่ยนไม่มีเวลาอธิบายก็สามารถเปลี่ยนได้
3. สามารถเปลี่ยนนิสัย Fact of life
อ.จีระ: ท่านไกรฤทธิ์ สามารถพูดถึงทฤษฎี 2R ที่ดี และเล่าถึงประสบการณ์ทำงานของท่าน หลังจากนี้จะเป็นเวลาของการทำ Workshop
อ.ไกรฤทธิ์: ขอให้ถามคำถามที่อยากจะถาม
1. ความเป็นไปได้ที่แบรนด์สยาม จะแตกตัวออกมาล้ายกับรุ่นของรถยนต์ เช่น สร้าง
น้ำแร่แบรนด์ใหม่
ตอบ มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ควรเอาชื่อเดิมว่าสยาม สยามควรรับจ้างผลิตชื่อสยาม และทำโรงงานผลิต แต่ไม่ได้ใช้ชื่อสยาม
อ.จีระ: เรื่อง HR เป็นเรื่องข้ามศาสตร์ ต้องรู้การบริหารตลาด และบริหารจัดการคนได้ ต้องรู้ว่าต้องสร้างแรงบันดาลใจ และขาดอะไร Peter Drucker ทำเรื่องคน และต้องมีความคิดสร้างสรรค์
2. ในอนาคตตลาดน้ำดื่มควรเสริมอะไรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตลาด
อ.ไกรฤทธิ์: ทำน้ำอัดลม น้ำโซดา เป็นสิ่งที่น่าทำดู หลังจากนั้นลองทำเครื่องดื่มตามกระแส เช่น เป๊บทีน ขั้นตอนต่อไป ลองทำนมโรงเรียน ที่มีคุณภาพดี ส่วนตอนสุดท้าย เรื่องแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ไวน์ แต่ต้องแล้วแต่ท่านผู้บริหาร ว่าจะลองทำหรือไม่
ลองไปสตาร์บัค จะเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ไปสตาร์บัค อยากให้ท่านไปลองซื้อมาทานดู ว่าทำไมถึงยอมเสียเงินแพงๆ
3 ขอคำแนะนำในการโฆษณา ในการทำ Pepsico
อ.ไกรฤทธิ์: ต้องให้มี partner international และต้องดูเรื่องการขนส่งสินค้าlogistic ด้วย
อ.จีระ: ขอสนับสนุนความคิดนี้ เพราะเมื่อเปิด ASEAN เราต้องเก่งในโลกด้วย ไม่ได้มองเฉพาะอาเซียน GDPของอาเซียน 70% ของเกาหลี และไม่เกิน 3% ของโลก
น้ำดื่มสยาม ต้องเน้น Joint venture และควรมีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มีเครือข่ายในประเทศในยุโรปและอเมริกา ต้อง think big และกระเด้งไปสู่โลกาภิวัตน์
การทำให้สำเร็จ ต้องมีการปรึกษาหารือ ไม่ได้คิดคนเดียว เจ้าของต้อง empower ให้ลูกน้อง การจุดประกาย ทำให้เห็นศักยภาพของเรา และยังมีพลังอยู่ข้างในอีกมาก และต้องคิดนอกกรอบ ไม่ติดสันดานเสมียน ต้องรู้จักฉกฉวยโอกาส
4. ท่านอาจารย์มองว่าสยามมีความพร้อมแต่ไม่กล้ายกตัวเองขึ้นมา Workpoint มีความพร้อม แต่ติดเรื่องเวลา อาจารย์มีความเห็นว่าอย่างไร
อ.ไกรฤทธิ์:ทำนองเดียวกัน ส่วนที่ใช่คือ ถ้ามี 5 ล้อ ต้องสำรวจดูว่าล้อไหนที่แบนไป ส่วนที่ไม่ใช่ คือ Workpoint เปรียบเทียบกับเจ้าของสถานี แต่น้ำดื่มสยามได้เปรียบ Workpoint มาก ในระดับโลก และมีทีมที่เก่งมาก
สยามซื้อ Workpoint ได้ แต่ workpoint ไม่มีทางซื้อสยามได้
หาจุดอ่อนเพื่อเติมเต็ม ว่า The best in the world อยู่ที่ไหน โดยการทำ Benchmarking
อ.จีระ: วันนี้สยามได้รับโอกาสเพื่อมาประทะความรู้กัน คนที่ทำงานร่วมกันคือคนที่มีใจให้กัน มีเป้าหมายร่วมกัน ทำให้ทำงานอย่างสนุก ต้องคิดยุทธวิธีตลอดเวลา และต้องวางแผน และประสบการณ์ทำให้ตรงประเด็น
Workshop ขอฝากให้เป็นการบ้าน
1. เสนอความเสี่ยง 3 เรื่องที่กระทบต่อบริษัท และบริหารความเสี่ยงอย่างไร และจะลงมือทำให้สำเร็จได้อย่างไร?
2. ท่านมีแผนที่จะฉกฉวย/สร้างโอกาสอย่างไร และจะลงมือทำให้สำเร็จได้อย่างไร?
3. จากประเด็นท้าทายของโรงงานที่เรียกว่า พลังทั้ง 5 ทางการตลาด – โปรดเรียงลำดับสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุด เพราะอธิบายเหตุผล (ขอให้ทำข้อ 3 ก่อน)
1) คู่แข่งหลัก ในแต่ละ target group แข่งกับใคร
2) Supplier
3) ผู้ซื้อ คนที่รับของไปขาย มีความสัมพันธ์แบบ Relationship partner
4) คู่แข่งหน้าใหม่ ทำไมถึงเข้ามาในวงการนี้
5) สินค้าทดแทน เชื่อว่าประปากินได้ เครื่องหยอดน้ำดื่ม