• สวัสดีครับ คุณ
    P
  • ไม่คิดว่า บทความของอาจารย์นิธิ ชิ้นนี้ จะกลายเป็นบทความภาคบังคับ เพราะดูจากสภาพการอธิบาย และน้ำเสียงของเรื่องราว น่าจะเป็นบทสะท้อนภาพของเด็ก ที่เด็กคงตั้งคำถามกับตัวเองไม่น้อย
  • แต่ก็เห็นด้วยครับ เพราะบทความชิ้นนี้ ก็ดูจะไม่ประณาม หรือกากหัวในเรื่องวัฒนธรรมการอ่านที่ล้มเหลวในเด็กไทย ว่าเป็นความผิดของเด็กฝ่ายเดียว ดูออกจะเข้าใจ ให้ความหวัง และเชื่อมโยงจากรากวัฒนธรรมปากต่อปากในสังคมไทยได้ดี
  • โดยส่วนตัว ผมศรัทธาในเรื่องการอ่านอย่างมากครับ ทั้งหลงรักและหลงใหล ในมนต์เสน่ห์เมื่อได้นั่งในภวังค์ขณะอ่านเรื่องราวต่างๆ
  • ผมคิดว่า ถ้าเราได้ลองให้เด็กคนไหน ได้อ่านเรื่องที่ตรงจริตเขา ตรงความรู้สึกและความต้องการของเขา อ่านเรื่องสนุกได้ดั่งใจ อ่านเรื่องเศร้าได้บีบน้ำตา อ่านไปอ่านมาได้สักสามสี่เล่ม ผมก็เชื่อว่า เขาจะมีทักษะในการอ่านได้มาก
  • ผมเชื่อว่า มนต์เสน่ห์ของการอ่าน มักจะมาจากแรงบันดาลใจ มาจากความสนุกในการได้โลดแล่นไปขณะอ่าน
  • โดยไม่ต้องจำกัดประเภท จำกัดเนื้อหา ขอแค่ขั้นตอน อ่านได้สะเทือนอารมณ์สะเทือนใจ ไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม ผมก็เชื่อว่า มันมักจะมีผลในการกระตุ้นต่อมอยาก ของเขาให้เสพติดการอ่านได้ไม่ยาก
  • ขออย่างเดียวครับ เริ่มแรก ต้องเลือกให้ดูขนาน ถูกจริต ถูกโรคกับเด็ก
  • ถ้าได้หนังสือที่เหมาะสม เขาเหล่านั้นก็จะเริ่มต้นฝึกฝนตัวเองไปทีละน้อยครับ
  • ผมเชื่อว่า หนังสือ ดีๆมีเยอะครับ แต่ให้ตรงประเด็นก็คือ หนังสือดีๆ เหล่านี้ไปไม่ถึงมือ ไม่ถึงสายตา ไม่ถึงความต้องการของเด็กเลย
  • จะด้วยอุปสรรคของระบบ Logistic แบบใดในสังคมไทยก็ตาม ผมก็ต้องถือว่า เป็นความผิดพลาดในทางวัฒนธรรมของเราครับ
  • ถ้าจะให้ดี ผมว่ากระบวนการ ปลุกเร้า รณรงค์  หรือก่อร่างสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ต้องเป็นวาระแห่งชาติเท่านั้นครับ
  • เป็นวาระแห่งชาติ เหมือนที่เรากำลังเล่นกับคำ เล่นกับวาทกรรม และกระแส เช่น เอื้ออาทร ประชานิยม พอเพียง หรือใดๆก็ตาม ที่เป็นกระแสแบบวาระแห่งชาติ ทั้งทางการหรือไม่ทางการก็ตาม
  • จะโหนกระแสใดก็ตาม แต่ต้องมีกระแส หรือวาระแห่งชาติเป็นตัวฉุด โดยมีทางเลือกอีกมหาศาล คอยขยับตามกันไป
  • โดยมีหัวใจสำคัญ ให้คนไทยหลงรักการอ่านให้ได้
  • อาจจะหวังมากไปนิด
  • แต่ก็พยายามจะหวังครับ
  • มีครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ คุณมกุฎ อรดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ซึ่งให้สัมภาษณ์ในนิตยสารสารคดี
  • ถึงความพยายาม และความใฝ่ฝัน ในการสร้างห้องสมุด และสร้างสังคมการอ่าน ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
  • ในช่วงที่คุณมกุฎ มีไฟแห่งความใฝ่ฝันคุโชน
  • มีประโยคหนึ่งของ คุณมกุฎ ที่วิพากษ์ความล้มเหลวของห้องสมุดเมืองไทย หอสมุดแห่งชาติ พร้อมตอบคำที่สวยงามว่า เขายังเชื่อว่า ห้องสมุด คือมหาวิหารแห่งปัญญา
  • และเขาเชื่อมั่น และศรัทธา ในความใฝ่ฝันครั้งสุดท้ายของชีวิต
  • ว่า ต้องการจะสร้างมหาวิหารแห่งปัญญา ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้
  • แม้รูปธรรมในเชิงนโยบายภาครัฐ จะกระท่อนกระแท่น แต่โดยบทบาทส่วนตัว และแรงผลักดันหลายสิบปีที่ผ่านมา ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ผมก็ยังเชื่อมั่น ว่าพลังของคนดี และคนที่ปรารถนาดีเหล่านี้ จะกระจาย ส่งผ่าน ร่วมถ่ายทอดให้สังคมไทยได้รับรู้
  • จะยาวนานเช่นไร เราก็ยังคงต้องคาดหวัง ใฝ่ฝันกันต่อไปครับ
  • ถ้ามาเริ่มก่ออิฐ ก่อขอบร่าง ด้วยการอ่าน ด้วยการสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ผมก็เชื่อมั่นว่า วันหนึ่ง ประเทศไทย ต้องมีมหาวิหารแห่งปัญญา ที่ยิ่งใหญ่งดงามได้แน่นอนครับ
  • ก็ยังคงเชื่อมั่นต่อไปครับ
  • ขอบคุณมากครับ สำหรับการเข้ามาอ่าน
  • และขอบคุณ สำหรับข้อคิดเห็นครับ
  • ขอบคุณครับ