สวัสดีครับ คุณ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ พอเริ่มยาว ประโยคเริ่มยาก เนื้อหาเริ่มเยอะ ซับซ้อนมากเข้า จนต้องนั่งคิดนาน ก็พาลขี้เกียจอ่านได้เหมือนกัน
คงต้องคิด รูปแบบ สีสัน และกลวิธีเหมือนกันนะครับ
อาจต้องถอดแบบ ถอดบทเรียน จากวัฒนธรรมการอ่านภาพ แบบที่การ์ตูนประสบความสำเร็จ สามารถทำให้เด็กอ่าน และดู การ์ตูน ได้ด้วยความรัก ความสนุกและหลงใหล
จะแยกชุด แยกเล่ม มากมายยังไง เด็กก็ยังติดอ่านการ์ตูน ดังนั้น ผมคิดว่า ลูกเล่น กลวิธี สีสัน และความสนุกสนานในการอ่าน น่าจะเป็นทางออกได้
เช่นเดียว กับที่คุณบ่าววีร์ นำเสนอในเรื่องของ blog ผมก็เห็นด้วยเหมือนกันนะครับ
ถ้าทำรูปลักษณ์ หน้าตา Art work กราฟิคสีสันบน Page ได้ดี และสร้างกระบวนการอ่าน ในกลุ่มชุมชนคนเขียน blog ได้ ก็เป็นหนทางหนึ่งในการกระตุ้นการอ่านได้ อีกช่องทางหนึ่งนะครับ
คิดว่า ช่องทางในการสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ในสังคมไทย คงต้องมีทางที่หลากหลาย และสร้างทางเลือกที่มากมาย
เพื่อทำให้เด็กได้มีทางเลือกที่มีความสุข เพราะสุดท้ายผมก็พบว่า เมื่อเขาหลงใหลแล้ว มีทักษะในการอ่าน ถอดความ สรุปเรื่อง เก็บประเด็น หลังจากการนั้นเขาก็เลือกจะรับรู้ ในสิ่งที่เขาต้องการ ผ่านวัฒนธรรมการอ่านได้ไม่ยากครับ
สุดท้าย ก็เชื่อว่า หนทางอันหลากหลาย จะสนับสนุน จะบังคับ จะโน้มน้าว หรือวิธีการใดก็ได้ที่ทำให้เด็กมีความสุขในการได้อ่าน หลังจากนั้น ล้วนไปสู่เป้าหมายเดียวกันทั้งสิ้นครับ
ขอเพียงอย่างเดียว อย่าให้เขารู้สึกว่า เป็นยาขม ต้องอดทน ต้องกล้ำกลืน จนเกิดอาการเกลียด และจงเกลียดจงชังการอ่าน
เพราะถ้าอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้น ก็รับรองได้อย่างเดียว ว่าเขาไม่มีความสุข เมื่อไม่สุข ก็ไม่อ่าน
คงต้องหาวิธีที่หลากหลายครับ
คงต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ จะเล็กจะน้อย ก็ก่อร่างให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านขึ้นได้ครับ
ขอบคุณมากครับ สำหรับประเด็นการแลกเปลี่ยน
ผมว่าใน blog ของคุณบ่าววีร์ ก็สร้างธรรมชาติ การอ่านแบบใหม่ได้นะครับ สรุปประเด็นสั้น เข้าประเด็น อธิบายชัด เพื่อสร้างการอ่านที่ง่ายและรวดเร็วกระชับ
เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการอ่านเหมือนกันครับ
จะติดตามอ่านเช่นกันครับ
ขอบคุณครับ