มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ยินดีที่จะอยู่ด้วยกันใกล้ชิดกัน เกื้อกูล รัก และแบ่งปัน สิ่งดีดี

ที่ทำให้คุณภาพชีวิตคนที่ได้รับ ดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย "ให้ความรักให้ความรู้คือที่สุดของการให้" โสตถิทัศน์_2534

"ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุข ที่ได้ร่วมกันทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น" พระราชดำรัสแด่ข้าราชการ

"การให้ความรู้โดยที่ผู้รับไม่ต้องขอให้สอนแต่ยินดีเองที่จะให้ โดยสามารถอธิบายเรื่องราวขั้นตอนวิธีการต่างๆได้อย่างมีลำดับตั้งแต่ต้นจบจบ และผู้รับเข้าใจอย่างรู้แจ้ง(ปฏิเวธ)และนำไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ วิบาก(กรรม,การกระทำ)จะส่งผลให้ ผู้สอนมีสมองที่ดีสามารถวิเคราะห์เรื่องต่างๆได้อย่างหลากหลายมุมมองและลงลึกขึ้นเรื่อยๆ" ดังตฤณ

ขอคัดบทความของหลวงพี่เพื่อนสนิทของผมเองครับ .....ท่านบวชเป็นพระและได้วิจาร์ณสิ่งดีดี ดังนี้ครับ

"คนเรามักจะไม่ค่อยยอมรับความผิดของตัวเองสักเท่าไหร่ใครเตือนก้อไม่ค่อยจะฟัง  เพราะว่าเขายังมีทิฏฐิอยู่   ฉะนั้นการอบรมพระนวกะของวัดนั้นจะใช้วิธีอบรมแบบเตือนว่ากันโดยชี้ขุมทรัพย์ให้กัน     นั่นคือในเมื่อเรารู้ข้อบกพร่องของอีกคนเราก็จะเตือนเขา    โดยแนะนำเขาว่ามีจุดบกพร่องข้อเสียอย่างไร    นั่นคือการชี้ขุมทรัพย์    โดยเราไม่ได้ไปจับผิดเขานะ    เราจะต้องจับดีและชี้ขุมทรัพย์ให้     ....

.....ความอดทนก้อเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องรับแรงกดดันจากหลายๆฝ่ายที่มีปัญหา    แล้วนำปัญหานั้นมาให้เราได้แก้ทุกๆวันดังนั้นก้อไม่ต่างอะไรกับพระพุทธเจ้า    ที่ท่านทรงบำเพ็ญตบะมาอย่างยาวนาน20อสงไขยกับแสนมหากัป    และสามารถถ่ายถอดคำสอนต่างๆให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ฉะนั้นการทำงานก้ออยากให้เราใช้หลักปฏิบัติเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้ามาใช้    ว่าท่านได้สอนอะไรอะไรควรอะไรไม่ควร    และนำมาปรับแก้    ในชีวิตประจำวันเราจะต้องใช้ธรรมะควบคู่ไปกับชีวิตประจำวัน  รวมไปถึงการทำงานด้วย    เพื่อให้อยู่ดำรงครองธรรมและฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบมีสมาธิแก้ไขปัญหาต่างๆในการทำงานได้    ฉะนั้นแล้วจงเตือนด้วยความนอบน้อม    ชี้ขุมทรัพย์อย่าจับผิดให้เราจับดีเขา.....

Visutthapho Phikku....

ขอให้มั่นใจและมุ่งมั่น เผยแผ่ เขียนเรื่องราว แลก เปลี่ยน Share กันต่อๆๆๆๆยอดกันไป  ....infinitity... ครับผม....